*บทความนี้ขอไม่ซีเรียสเรื่องราชาศัพท์นะครับ ใช้สลับกันไปเพื่ออรรถรสในการอ่านบทความ*

ผมคิดว่าเรื่องราวที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์พิเศษที่ทุกคนสามารถทำได้เช่นเดียวกับผม โดยตั้งแต่อ่านๆมาผมยังไม่เคยเห็นใครรีวิวเรื่องนี้เลย จึงขอเป็นคนที่เริ่มแบ่งปันประสบการณ์ล้ำค่านี้ให้ฟังนะครับ เผื่อใครอยากตามรอยก็ยินดีเป็นอย่างมาก

จั่วหัวมาเป็นอย่างดีว่าเฮ้ย ไปจับมือพระองค์ได้ยังไง แล้วได้เข้าเฝ้าแบบประจันหน้ากันเป็นไปได้เหรอ นี่คือคำถามที่ทุกคนรัวถามใส่เฟซบุ๊คผมหลังจากที่ไปเยี่ยมเยียนประเทศบรูไนมา และถูกบังคับแกมขอร้องว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ขออนุญาตเล่าเป็นสตอรี่นะครับ

เกริ่นก่อนว่าผมเดินทางมาทำงานที่มาเลเซียได้ซักพักนึงแล้วและบริษัทผมมีวันหยุดยาวให้ในวันฮารีรายา(ฮารีราญอ) ซึ่งถือเป็นเทศกาลคล้ายวันปีใหม่ของชาวมุสลิมครับ แต่เนื่องจากว่าผมติดเงื่อนไขเดินทางออกนอกประเทศได้ไม่เกิน2วัน (คือออกได้ไม่เกิน14วันต่อปี และใช้โควต้าไป12วันแล้ว) ผมจึงเล็งการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซียแทน

พอไปนั่งดูๆตั๋วเครื่องบินก็พบว่าไลอ้อนแอร์มีตั๋วโปรโมชั่นบินไปลงเมืองมิริ เกาะบอร์เนียว (มาเลเซียตะวันออก) ราคา79ริงกิต หรือประมาณ700 บาท ซึ่งนับว่าถูกมากๆ จึงตัดสินใจจองทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้หาข้อมูลอะไรเลย

พอค้นข้อมูลก็มาสะอึกนิดหน่อยตรงที่ช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงที่ร้านค้าจำนวนมากหยุด คนงานกลับบ้านกันครับ ผมก็เริ่มมองแล้วว่าไปไหนได้บ้าง ซึ่งสถานที่ๆติดกับเมืองมิริ นั่นก็คือประเทศบรูไนครับ

IMG_0214

ประเทศบรูไนเป็นหนึ่งในสามประเทศที่ผมยังไม่เคยเดินทางไปในอาเซียน (อีกสองประเทศคือฟิลิปปินส์กับติมอร์ตะวันออก) ดังนั้นก็เปิดอ่านรีวิวในพันทิปนี่ละครับว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ซึ่งก็มีที่น่าสนใจไม่มากสำหรับผม เลยเริ่มเปิดไปหารีวิวของกลุ่มแบคแพกเกอร์แทน ซึ่งก็ได้เจอข้อมูลอย่างหนึ่งที่น่าสนใจมาก

นั่นก็คือ การเปิดพระราชวังของสุลต่านบรูไนครั้งเดียวในรอบปี หรือโอเพ่นเฮ้าส์นั่นเอง ซึ่งจะเปิดเฉพาะช่วงฮารีรายาเท่านั้น พอนั่งๆอ่านไปก็ยิ่งตื่นเต้นครับว่า โห นี่เราน่าจะโชคดีสุดๆแล้ว ที่ได้มาเยือนบรูไนตอนนี้ และพออ่านกิจกรรมที่สามารถทำได้ ทำให้ผมตื่นเต้นถึงขีดสุด นั่นก็คือผู้เยี่ยมชม สามารถเข้าพระราชวังได้โดยไม่ต้องสำรองหรือจองล่วงหน้า โดยกษัตริย์(หรือสุลต่าน)แห่งบรูไน พร้อมด้วยพระชายาและราชวงศ์จะเสด็จลงมาจับมือกับทุกคนครับ

หลังจากอ่านรายละเอียดกิจกรรมนี้เสร็จ ผมหันไปถามเพื่อนร่วมงานชาวมาเลเซียว่ามันเชื่อได้จริงรึเปล่า เพื่อนชาวมาเลเซียยังบอกเลยว่า เป็นไปไม่ได้มั้ง คนระดับนายกรัฐมนตรีทั่วๆไปเค้ายังไม่เปิดให้คนมาทักทายเค้าแบบถึงเนื้อถึงตัว แล้วนี่เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นะ ดูอิมพอสซิเบิ้ลไม่น่าเชื่อเอามาก

แต่พออ่านหลายรีวิวผมก็เชื่อนะ แล้วก็แพลนลงไปเลยว่า วันแรกของเทศกาลฮารีรายา จะไปที่วังของสุลต่านบูรไนให้ได้

ผมขอตัดผ่านเรื่องราวหลังจากบินมาถึงเมืองมิริเลยละกัน ถ้าใครที่อยากเดินทางมาประเทศบรูไน ถ้าไม่บินตรงมาด้วยสายการบินRoyal Brunei ก็สามารถนั่งแอร์เอเชียมาต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์แล้วเดินทางไปต่อได้ครับ เลือกลงที่เมืองMiriแล้วต่อรถบัสเข้าบรูไนได้ ค่าโดยสารรถบัสอยู่ที่50ริงกิตเท่านั้น ใช้เวลาเดินทางประมาณ2ชั่วโมงก็มาถึงกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน เมืองหลวงประเทศบรูไนครับ

ผมจองที่พักกับ Water Village Malay Modern House ครับ ซึ่งอยู่ที่ Kampong Ayer หรือหมู่บ้านน้ำครับ การเดินทางต้องนั่งเรือเข้ามาอย่างเดียว สนุกมากครับ เที่ยวละ1ดอลล่าห์บรูไน อัตราแลกเปลี่ยนอิงตามสิงคโปร์ดอลล่าห์เลยครับ

IMG_0227

IMG_0105

 

หลังจากที่ผมได้คุยกับเจ้าของที่พักนี้ เค้ายืนยันว่าจริง โดยวันรุ่งขึ้นเป็นวันแรกที่เค้าจะเปิดให้เข้าพระราชวัง โดยวันแรก กลุ่มที่เข้าเฝ้าส่วนใหญ่จะเป็นทหาร ตำรวจและข้าราชการครับ ประชาชนทั่วไปก็ให้เข้าเช่นกัน

สำหรับชุดต้องเตรียมมาดีๆนะครับ แนะนำให้เป็นเสื้อคอปก กางเกงขาวยาว รองเท้าหุ้มส้น ถ้าชุดไม่สุภาพนี่ห้ามเข้าครับ ส่วนผู้หญิงก็แต่งตัวชุดสุภาพ กระโปรง หรือกางเกงขายาวแบบสุภาพครับ ผมอ้างอิงจากฝรั่งที่ต่อคิวเข้าเฝ้าโดยที่ไม่เห็นเจ้าหน้าที่มาเชิญออกนะครับ ใครที่เป็นมุสลิมก็แต่งชุด คลุมฮิญาบแบบสุภาพครับ

ลูกชายเจ้าของที่พักผมทีแรกก็กังวลครับว่าชุดผมจะผ่านรึเปล่า เลยจัดแจงหาชุดพิธีการของบรูไนมาให้ แต่ท้ายที่สุดคุณพ่อเจ้าของที่พักบอกว่าไม่เป็นไร ชุดสไตล์นี้เข้าได้

แนะนำคนที่จะมาก่อนว่า เตรียมชุดที่สุภาพมาให้เรียบร้อยด้วยนะครับ และต่อไปนี้ขอเรียกว่าลุงเจ้าของที่พักนะครับ โดยลุงแนะนำผมว่า ให้รีบไปตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณ7โมงครับ คนจะไม่เยอะมาก โดยวังจะเปิดในเวลาประมาณ8โมงให้เข้าไปด้านในครับ

IMG_0205ผมเดินทางจากที่พัก ต่อรถบัสใจกลางเมืองเดินทางมายังพระราชวัง Istana Nurul Iman โดยค่ารถประมาณ 2เหรียญครับ

 

IMG_0112

 

 

IMG_0113

มาถึงก็มีผู้คนจำนวนมากมารอ อยู่ที่ทางเข้าพระราชวังครับ โดยพระราชวังแห่งนี้กินพื้นที่ประมาณ 2,152,782 ตารางฟุต

 

IMG_0204แบ่งเป็น ห้องทั้งหมด 1788ห้อง 257ห้องน้ำ  รองรับแขกได้ถึง 5000 คน จัดเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลกปัจจุบัน ซึ่งเปิดให้เข้าชมแค่3วันช่วงเทศกาลฮารีรายาเท่านั้นครับ

หลังจากประตูเปิด ทางพระราชวังก็จัดรถบัสมารอเพื่อส่งคนเดินทางต่อไปยังสถานที่จัดงาน (ให้อารมณ์แฟนมีตติ้งครั้งยิ่งใหญ่ครับ)

IMG_0125

เมื่อผมเดินทางมาถึงก็เบียดเสียดกับกลุ่มทหารตำรวจและประชาชน ก่อนที่จะค่อยๆให้ทุกคนๆตั้งแถวเดินเข้าไปในตัวพระราชวัง โดยให้กลุ่มทหารเดินเข้าไปก่อน สลับกับประชาชนผ่านเครื่องเอกซเรย์

IMG_0135

เมื่อผ่านเข้ามาด้านในก็ตั้งแถวต่อ โดยที่จะมีเอกสารให้กรอกรายละเอียดส่วนตัว ก็กรอกไปเลยครับ ชื่ออะไร มาจากประเทศไหน กี่คน หลังจากนั้นก็ยืนเข้าแถวต่อ  โดยจุดที่ยืนเข้าแถวเป็นส่วนจัดเลี้ยงอาหารครับ

จนกระทั่ง9โมงก็ทยอยให้ให้เข้าคิวรับอาหาร ซึ่งบรรยากาศย้อนไปสมัยเป็นักเรียนที่ถือจานข้าวแล้วมีคนตักให้ อาหารมีประมาณ7-10อย่าง จะเอาไม่เอาอันไหนก็บอกได้ครับ เมนูแต่ละเมนูก็ผสมผสานทั้งมาเลย์ จีน แขก รวมไปถึงสปาเกตตี้ก็มีครับ โดยที่อร่อยที่สุดคงเป็นเนื้อแกะตุ๋นซอสที่อร่อยมากๆครับIMG_0154

IMG_0158ภายในส่วนจัดเลี้ยงจะมีซุ้มบริการน้ำ ขนมเค้ก เบเกอรี่ที่อยากกินเมื่อไหร่ก็มารับได้ตลอด แบบบุฟเฟต์ เอาจริงๆอิ่มอร่อยสุดๆ ทั้งนี้เทศกาลฮารีรายา เป็นธรรมเนียมที่เจ้าบ้านจะเลี้ยงแขกผู้มาเยือน งานนี้ก็เปรียบได้กับกษัตริย์บรูไนเป็นเจ้าบ้านเลี้ยงแขกอย่างพวกผมนั่นเอง

หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ต้องไปกรอกข้อมูลอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะเดินไปเข้าคิวเพื่อเข้าสู่ห้องโถงถัดไป โดยห้องโถงนี้จะเป็นห้องโถงส่วนที่รอคิวครับตรงนี้จะเริ่มแยกชายหญิงครับ

IMG_0181IMG_0172

จริงๆพอเข้ามาผมเพิ่งรู้ว่า การจับมือนั้นจะแยกกันจับ ตามธรรมเนียมมุสลิม คือผู้ชายจะได้จับมือกับกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ฝ่ายชาย ส่วนผู้หญิงก็จะได้จับมือกับพระราชินีและเชื้อพระวงศ์ฝ่ายหญิง

ตรงนี้ผมต้องขอแสดงความเสียใจกับสาวๆหลายคนที่อยากเจอหน้าเชื้อพระวงศ์บรูไนสุดหล่อที่เคยเป็นข่าวกรี๊ดกร๊าดของสาวไทยด้วยนะครับ

เรื่องการรอคิวไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ทุกคนจะได้นั่งเก้าอี้ เล่นอินเตอร์เน็ตไปพลางๆ บางคนก็หลับรอเลย งานนี้ไม่ต้องยืนเมื่อยครับ โดยหลังจากรอคิวอยู่ประมาณ 1ชั่วโมง ก็ถูกเรียกให้เดินต่อไปยังห้องโถงอีกห้อง และเข้าคิวต่อครับ

IMG_0175

และก็นั่งเงกอีก 1 ชั่วโมง โดยมีทีวีถ่ายทอดกษัตริย์บรูไนในอิริยาบถสนุกสนาน ร้องรำทำเพลงครับ เอาตรงๆก็คือเป็นภาพที่น่ารักและไม่ได้ซีเรียสแต่อย่างใด มาถึงตรงนี้ใครตื่นเช้าๆก็มาหลับกันต่อตรงนี้

IMG_0186

ตรงนี้เป็นจุดสุดท้ายที่รอครับ ตอนนี้ข้างหน้าก็จะเริ่มลุกขึ้นทีละแถวเพื่อเดินเข้าสู่ห้องจับมือกับกษัตริย์บรูไน โดยโซนสุดท้ายหากมีสัมภาระอะไรต่างๆก็จะต้องฝากไว้ที่จุดนี้ครับ เช่นกระเป๋า กล้อง โทรศัพท์ เรียกได้ว่าเข้าได้แต่ตัว โดยมีป้ายบอกถึงวิธีการจับมือ และมารยาทที่พึงกระทำ เช่นห้ามเข้าไปกอด หรือ จับแก้ม งานนี้จับได้แต่มืออย่างเดียว

ทางเข้าห้องจับมือจะมีบอดี้การ์ด คุมเข้ม สแกนหมดจด ประตูทางเข้าเปิดบานเดียว ถ้าไม่ได้เข้าก็ชะเง้อมองไม่เห็นครับว่าข้างในเป็นอย่างไร ป้องกันการแอบถ่ายจากภายนอก

วินาทีที่กำลังจะได้เดินเข้าไปนี่ตื่นเต้นมากครับ  คือไม่รู้ว่าจะบรรยายความรู้สึกยังไงกับการจับมือกับหนึ่งในกษัตริย์ที่รวบที่สุดในโลกอย่างสุลต่านฮัสนัน โบลห์เกียที่คุ้นชื่อมานาน

เมื่อเดินเข้าไป วินาทีที่จับมือเป็นไปอย่างรวดเร็วครับ ผมนับด้วยสายตาอย่างรวดเร็วมีทั้งหมด 7-8พระองค์ โดยมีสุลต่านฮัสนันโบลห์เกียยืนจับมือเป็นคนแรก

ผมจับมือพร้อมมองพระพักตร์ด้วยความรวดเร็ว ท่านดูหนุ่มและตัวเล็กกว่าที่ผมคาดไว้ค่อนข้างเยอะ แต่ก็รู้สึกถึงความน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

หลังค่อยๆทยอยจับมือกับเชื้อพระวงศ์คนอื่น ซึ่งหนึ่งในคนที่ผมจำได้คือเจ้าชายเจฟฟรีห์(อ่านเรื่องราวเจ้าชายเจฟฟรีห์ได้ที่นี่) พร้อมกับเจ้าชายตัวน้อยที่อายุอานามไม่น่าจะเกิน8ขวบด้วย โดยเรียงตามศักดิ์ หลังจากจับมือครบทุกคนในเวลาไม่ถึง30วินาที ก็เดินออกมาจากห้อง เพื่อรับของที่ระลึก

IMG_0244

เป็นการ์ดอวยพรวันฮารรายา พร้อมลายเซ็นกษัตริย์ และมีรหัสหมายเลขเพื่อแสดงให้เห็นว่า เราได้จับมือเป็นลำดับที่เท่าไหร่ของปีนี้ และขนมฟรุ๊ตเค้กที่มาในกล่องเหล็กสีเหลืองเรียบหรู มีสไตล์ เป็นสัญลักษณ์ว่าเราเป็นผู้หนึ่งที่ได้มาเยี่ยมเยือนพระราชวังแห่งนี้ในปีนี้

IMG_0247

ก่อนที่จะรับของที่ฝากไว้ พร้อมเดินทางกลับครับ รวมระยะเวลาที่อยู่ในพระราชวังตั้งแต่มาต่อคิว ทั้งหมด 5ชั่วโมงนิดหน่อย ซึ่งนับว่าคุ้มค่ามากครับ

IMG_0195

สำหรับผมเรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่หายาก และไม่เหมือนใคร ถ้าใครอยากสัมผัสประสบการณ์เอ็กซคลูซีฟระดับนี้ผมก็แนะนำให้เดินทางมาที่บรูไน ช่วงฮารีรายาเท่านั้นครับ ซึ่งต้องลองตรวจสอบดูจากกำหนดการในแต่ละปีที่แตกต่างกันไป ว่าวันฮารีรายาของประเทศบรูไนในปีที่จะไปของคุณตรงกับวันไหน โดยพระราชวังจะเปิดให้เข้าชมและสัมผัสพระหัตถ์เพียง3วันเท่านั้น

หากใครสงสัย หรือมีคำถามอะไรสามารถถามทิ้งไว้ได้เลยครับ