พาเที่ยวเทศกาลแห่งแสงไฟ”Deepavali” ปีใหม่คนอินเดียในมาเลเซีย

490

เมื่อคืนได้มีโอกาสไปงานเทศกาลดิวาลี ดีปาวาลีหรือทีปวลี ของชาวอินเดียในประเทศมาเลเซียมาครับ เรียกได้ว่ารื่นเริงท่ามกลางสายฝนเลยทีเดียว

ก่อนอื่นขออนุญาตท้าวความก่อนว่าเทศกาลนี้ เป็นเทศกาลฉลองปีใหม่ที่อลังการ สุดรื่นเริงของผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ที่มีเชื้อสายอินเดีย ซึ่งแถบบ้านเราก็จะมีสิงคโปร์ มาเลเซีย ที่มีคนอินเดียกระจุกอยู่เยอะ ใครที่อยากสัมผัสเทศกาลนี้แบบไม่ต้องไปไกลก็มาแถวนี้ละครับ ง่ายดี

ตอนผมหาข้อมูลเกี่ยวกับวันหยุดของเทศกาลนี้ก็ค่อนข้างแปลกใจครับ เพราะมีหลายประเทศมากๆที่กำหนดให้วันดิวาลีนี้เป็นวันหยุดราชการ คือถ้าเป็นเนปาล ศรีลังกาอะไรเทือกนี้ยังไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ แต่ประเทศที่ผมอ่านเจอนี่สิ

ตรินิแดด  แอนด์โตเบโก้ ในอเมริกาเหนือ ซุรินาเมในอเมริกาใต้ มอริเชียสในแอฟริกา รวมถึงประเทศฟิจิ ในทวีปโอเชียเนีย เรียกได้ว่าทั่วโลกเลย (ให้เดาก็คงเข้าใจว่ามีประชากรเชื้อสายอินเดียอาศัยอยู่ประมาณนึงเลย)

กลับมาว่ากันต่อกับเทศกาลนี้ คือคำว่า ดิวาลีเนี่ยมันกร่อนมาจากคำว่า ดีปาวาลี หรือทีปวลี (ทีปก็ดวงประทีปนั่นแหละ) ที่แปลรวมๆแล้วหมายถึง แนวตะเกียงไฟ

คนอินเดียเค้าก็จะจุดไฟในตะเกียงดินเล็กๆกันข้ามคืน โดยมีความเชื่อว่าเป็นการเชื้อเชิญพระนางลักษมี ซึ่งเป็นเทวีแห่งความมั่งคั่งเข้ามาในบ้าน และเป็นการรำลึกถึงการที่แสงสว่างเอาชนะความมืด  ความดีชนะอธรรม ปัญญาชนะความโง่ประมาณนั้น หลายคนก็เรียกเทศกาลนี้เลยว่า เทศกาลแห่งแสงไฟ

บางตำนานเค้าก็ว่ากันว่า มีครั้งหนึ่งที่พระรามรบชนะอสูรแล้วกลับอโยธยามาพร้อมกับนางสีดาและพระลักษณ์ ชาวเมืองก็ต่างจุดไฟเพื่อเป็นการต้อนรับการรบชนะกลับมา ซึ่งวันทีพระรามกลับมาก็คือวันดิวาลีนี่ละ

วันนี้แต่ละบ้านเค้าก็จะเร่งทำความสะอาดบ้านยกใหญ่เลย เพราะเค้าบอกว่าพระแม่ลักษมีจะมาเยือนบ้านที่สะอาดที่สุดเป็นหลังแรก พร้อมนำดอกไม้ ใบมะม่วงไปแขวนตามประตู หน้าต่าง พร้อมด้วยทำสัญลักษณ์ “รังโกลี” ที่พื้นด้วยทรายหรือแป้งสีนี่ละไว้ตามประตูทางเข้าบ้าน จนเรียกได้ว่าเป็นศิลปะที่สวยงามมาก

และอย่างที่บอกก็คือเป็นเทศกาลฉลองปีใหม่ ดังนั้นคนอินเดียจะทำการซื้อของใหม่ๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ และของใช้ต่างๆ ให้กับตัวเองและคนในครอบครัว พร้อมแจกขนมให้สมาชิกในครอบครัวและมิตรสหายที่มาเยี่ยมเยียน เพราะเชื่อกันว่าปีใหม่ ต้องเริ่มต้นด้วยสิ่งใหม่ๆ เสมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นสิริมงคล  ดังนั้นถ้าเดินไปตามท้องถนนจะเห็นแต่คนใส่ชุดใหม่ๆสวยงามมากมายครับ ส่วนร้านค้าก็นำเอาสินค้าต่างๆมาจำหน่ายมากมาย อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ขนม รวมทั้งดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด

ของพวกนี้ขายดีมากนะครับ เพราะช่วงนี้ละนี่พวกเค้าจะได้เล่นประทัดกันอย่างสนุกสนาน โดยตามความเชื่อดั้งเดิม เชื่อว่าดอกไม้ไฟจะช่วยไล่สิ่งอัปมงคลและความชั่วออกไปได้ เพื่อนผมหลายคนมักแซวกันว่าเออ สงสัยความชั่วมันมีมากจุดกันหูดับตับไหม้ หนวกหูตลอดคืนเลย แถมบอกอีกว่าที่คนจีนจุดประทัดกันนี่เด็กๆไปเลย ฮ่าๆๆ ผมดูคนซื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กและวัยรุ่นซะมากกว่า ผมแอบสังเกตเห็นประทัดบางอันนี่ภาษาไทยหราเลย ท่าทางจะมีชื่อด้านนี้จริงๆ

กลับมาพูดถึงบรรยากาศของเทศกาลนี้ในมาเลเซียซักเล็กน้อยนะครับ เท่าที่ดูสองข้างทางผู้คนก็ต่างออกมาช้อปปิ้งกันมากมาย มีร้านค้าพิเศษมาตั้งเต้นท์ขายของและอาหารตลอดสองข้างทาง ผสมผสานกับเสียงเพลงแบบแขกๆ หลับตาคงคิดว่าอยู่เมืองใดสักเมืองแถวอินเดีย โดยงานนี้เห็นว่าเริ่มมาตั้งแต่ก่อนถึงวันดิวาลีจริง3-4วันเลยทีเดียว โดยตอนผมมาย่านลิตเติ้ลอินเดียในช่วงเย็นบอกเลยว่ารถติดมากๆ แต่ก็ถือว่าคุ้มครับ เพราะถนนต่างก็ประดับประดาไปด้วยไฟหลากสีมากมาย เด็กๆต่างก็จูงมือพ่อแม่มาเดิน ให้อารมณ์คล้ายงานวัดของไทยมากๆ

สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างฮิตกันสำหรับสาวๆก็คือการเพนท์มือครับ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงเล็กๆจะต่อคิวให้ช่างเพนท์มือให้มากมายเป็นภาพที่น่ารักอบอุ่นไปอีกแบบ จริงๆเรื่องราวของการเพนท์มือเค้าว่ากันว่า คนที่เพนท์จะเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว ใครจะเพนท์ก็ได้ แต่ก็จะนิยมเพนท์กันในเทศกาลนี้ละครับ

ระหว่างที่เดินเก็บภาพ บางซุ้มก็ยกมือออกมาห้ามไม่ให้บันทึกภาพและใช้กล้อง ไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุผลอะไร (อาจมีของผิดลิขสิทธิ์มั้ง ฮ่าๆๆ)

อ้อ สิ่งหนึ่งที่ผมเสียใจ และไม่สามารถเอามานำเสนอได้ก็คือขนมอินเดียที่วางขายอยู่อย่างมากมาย เนื่องจากไม่ชอบรสชาติของมันซักเท่าไหร่ แต่ถ้าใครเคยได้มีโอกาสไปชิมแถวพาหุรัดหรือวัดแขก ก็น่าลองมาชิมแถวนี้ อาจได้รับประสบการณ์แปลกใหม่อีกแบบครับ

สุดท้ายสำหรับเทศกาลนี้ปกติจะจัดช่วงตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งไม่แน่นอนครับ เพราะปรับเปลี่ยนไปตามปฏิทินจันทรคติ ดังนั้นใครที่วางแผนมาเที่ยวชมงานนี้ก็อาจต้องเช็คปฏิทินของแต่ละประเทศก่อนเดินทางมา เพราะอาจแตกต่างกันออกไปได้ในแต่ละประเทศครับ

ผมได้ทำมินิสารคดีมาฝากเพื่อให้เห็นบรรยากาศของเทศกาลนี้ในกัวลาลัมเปอร์มา หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะครับ 🙂