ผู้เขียน โพสต์โดย Journeylist

Journeylist

47 โพสต์ 0 ความเห็น
อดีตนักข่าวผู้ชื่นชอบอาหารและการเที่ยวเป็นอย่างมาก จุดเริ่มต้นมาจากปี2008 ตัดสินใจนั่งรถไฟจากหัวลำโพงไปแชงกรีล่าด้วยตัวคนเดียว ในยุคที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตบนมือถือ และWiFi ตามสถานที่ท่องเที่ยว และหลังจากนั้นคุณสามารถพบผู้ชายคนนี้ได้ตามหน้าสถานีรถไฟ สวนสาธารณะ และบ้านเพื่อนของคุณ

5เหตุผลที่ทำไมมือใหม่หัดเที่ยวเมืองนอกควรเลือกไป “ฮ่องกง” ก่อนสิงคโปร์

เวลาเปิดpantip ผมมักจะเจอคำถามหนึ่งเป็นประจำอยู่เกือบทุกเดือน นั่นก็คือ “มือใหม่หัดเที่ยวต่างประเทศคนเดียว ควรเริ่มต้นที่ไหนดีคะ/ครับ” ซึ่งแน่นอนว่าผู้คนในPantipต่างก็มาแนะนำกันแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว มาเลเซีย พม่า เวียดนาม หรือประเทศไกลๆอย่างญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ในบรรดาประเทศที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบมากที่สุด มีอยู่2ประเทศด้วยกัน นั่นก็คือฮ่องกง และสิงคโปร์ ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าน่าจะเป็นข้อถกเถียงที่ถูกยกขึ้นมาดีเบตกันบ่อยที่สุดไม่แพ้ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเหตุผลของแต่ละฝ่ายก็ดันฟังขึ้นเอาสุดๆเลยซะด้วย จนคนถามเลือกไม่ถูกซักทีว่าสรุปแล้วควรไปเริ่มหัดเที่ยวที่ประเทศไหนก่อนดี ในฐานะที่ผมเป็นคนที่เดินทางแบบแบกเป้บ่อยมากๆ (โคตรบ่อยแหละว่างั้น) และวิเคราะห์ตามประสบการณ์ส่วนตัว และเสียงจากชาวบ้าน ก็ขอบอกแบบตรงไปตรงมาว่าแอบเทใจไปฝั่งฮ่องกงครับ ดังนั้นบทวิเคราะห์นี้จึงจะพูดในทรรศนะส่วนตัวว่า ทำไมฮ่องกงถึงน่าสนใจมากกว่าสิงคโปร์ และเป็นประเทศที่มือใหม่หัดเที่ยวเมืองนอก ควรหาเวลาไปเยือนเป็นประเทศแรกในลิสต์ 1. สภาพอากาศ ความมีชีวิตชีวาและสีสันต่างๆ เวลาเลือกเที่ยวต่างประเทศ ผมมักจะเลือกไปในที่ๆเมืองไทยไม่สามารถหาได้ในทุกๆมิติ ปัจจัยแรกที่ผมมักใช้ตัดสินใจเลือกที่เที่ยวในต่างประเทศเสมอ ผมขอเลือกอากาศก่อน โดยขอปลายทางที่อากาศเย็นสบายต่างจากเมืองไทย เหมาะแก่การเดินสำรวจทุกซอกทุกมุมของประเทศนั้นๆ และด้วยปัจจัยนี้ฮ่องกงเข้าวินมาก่อนสำหรับผมครับ ซึ่งถ้าผมให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มต้นเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ผมอยากให้เค้าได้รู้สึกถึงการได้สัมผัสอากาศเย็นๆ ที่อุณหภูมิแตกต่างออกไปจากเมืองไทยแบบชัดเจน โดยเมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์แล้ว อากาศที่สิงคโปร์ก็ร้อนและชื้นไม่ได้ต่างจากประเทศไทยซักเท่าไหร่ (บางทีอาจมีฝนตกมาแบบไม่ทันตั้งตัวด้วย)   นอกจากนี้สีสันและความมีชีวิตชีวาของฮ่องกงนั้น อาจเรียกได้ว่ากินสิงคโปร์แบบขาดลอยเลย เพราะแม้จะเป็นเกาะเล็กๆเหมือนกัน มีประชากรเชื้อสายจีนเป็นหลักเหมือนกัน แต่ความคึกคักและวิถีชีวิตของผู้คนนั้นเรียกได้ว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ   อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่ว่าสิงคโปร์จะไม่มีข้อดีนะครับ...

คำขอ5ประการที่นักท่องเที่ยวขอสิ่งศักสิทธิ์แล้ว “ไม่สมหวัง”อย่างแน่นอนถ้าเป็น “ฮ่องกง”

ฮ่องกงนี่เรียกได้ว่าเป็นปลายทางสำหรับผู้แสวงบุญ แสวงโชคชาวไทยที่สำคัญแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะกับผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายที่ชอบจัดทริปเดินทางไปไหว้พระขอพรให้สมหวังดังปราถนา   แต่เอ๊ะ รู้รึเปล่าว่า มีคำขออยู่5อย่างนี้ที่บอกเลยว่า ขอไปยังไงก็ไม่สมหวังอย่างแน่นอน ถ้ามาเที่ยวฮ่องกง ส่วนจะเป็นอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเล้ยยยยย   ขอให้ไม่อ้วน สาวๆหลายคนคงหันหน้าขวับ พร้อมคิดบ่นรำพึงรำพันในใจว่า “แย่ละ กลับไปต้องอ้วนแน่ๆเลย” ในขณะที่มือกำลังโซ้ยขนมจีบ พร้อมกับซัดข้าวหมูแดงหมูกรอบชามยักษ์อยู่อย่างหยุดไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะฮ่องกงนั้นขึ้นชื่อเรื่องอาหารเป็นอย่างมาก โดยมีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะอาหารจีน แต่อาหารชาติอื่นๆอย่างเช่น ญี่ปุ่น อิตาเลียน ฝรั่งเศส หรือขนมหวานจากคาเฟ่ต่างๆ คุณก็สามารถเลือกหากินได้ทั่วทั้งเกาะ ที่สำคัญคือมีร้านระดับมิชลินสตาร์ซ่อนตัวอยู่มากมาย จนคุณอาจพบว่าเงินสดที่พกมามีไม่เพียงพอ เพราะราคาอาหารต่างๆนั้นจัดได้ว่าไม่แพงเลย (บางคนอาจอุทานขึ้นมาด้วยซ้ำว่าถูกจัง ขออีกชามนึง!) ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมสาวๆหลายคนที่กลับจากฮ่องกง จะเกิดอาการน้ำหนักขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อเจ้าพวกนี้มันอร่อยจังงงงงงงงง     ขอให้มีเงินติดกระเป๋ากลับบ้าน/ขอให้ไม่ล้มละลาย ฮ่องกงนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งชั้นนำระดับโลกมาตั้งแต่อดีต ตั้งแต่ยุคอาม่าอากง ที่ชอบไปขนเครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูกมาขายต่อกันจนรวยเป็นล่ำเป็นสัน แม้วันนี้โลกจะหมุนไป เทคโนโลยีเปลี่ยน เครื่องใช้ไฟฟ้าซื้อที่ไหนราคาก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ แต่ฮ่องกงยังคงเป็นจุดหมายของการช็อปปิ้งสำหรับนักท่องเที่ยวไม่ได้เปลี่ยนไปจากอดีต เพียงแต่สินค้าที่คนนิยมช้อปนั้นอาจเปลี่ยนไปมาก โดยปัจจุบันฮ่องกงมีสถานที่ให้เลือกช้อปปิ้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วอย่างย่านมงก๊ก จิมซาจุ่ย คอสเวย์เบย์ หรือตลาดยิบย่อยต่างๆ ซอยตามประเภทสินค้าที่อยากจะได้...

5 ที่พักเชียงใหม่สไตล์ล้านนา ใกล้ถนนคนเดิน

5 ที่พักเชียงใหม่สไตล์ล้านนา ใกล้ถนนคนเดิน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย “เชียงใหม่” ก็ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย เพราะนอกจากจะล้อมรอบไปด้วยภูเขาเขียวขจีและธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วยมนต์ขลังของวัฒนธรรม ศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบล้านนาอีกด้วย ทั้งนี้ หากคุณไปพักในตัวเมืองเชียงใหม่ทั้งที ก็ต้องหาที่พักสไตล์ล้านนาไว้พักผ่อนดื่มด่ำมนต์เสน่ห์เมืองเหนือกันให้เต็มที่ และหากอยู่ใกล้ถนนคนเดิน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเชียงใหม่ก็จะดีเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่า เอาเป็นว่า ครั้งนี้เราเลยคัด 5 ที่พักเชียงใหม่สไตล์ล้านนา ใกล้ถนนคนเดินมาฝากกัน และหากใครอยากได้ที่พักเชียงใหม่ราคาถูกพร้อมกระบวนการจองและจ่ายเงินที่ง่ายแสนง่ายก็ต้องเข้าไปเลือกที่นี่ Traveloka และถ้าพร้อมแล้วก็ตามไปพักผ่อนหย่อนใจกับที่พักสไตล์ล้านนากันได้เลย 1. โรงแรมเดอ นาคา (De Naga Hotel Chiang Mai by the Unique Collection)   ขอบคุณภาพจาก http://www.denagahotel.com/gallery.html โรงแรม 4 ดาวในตัวเมืองเชียงใหม่ใกล้ถนนคนเดิน ราคาเริ่มต้นที่ 3,XXX บาท ตั้งอยู่ตรงข้ามประตูท่าแพ และสามารถมองเห็นวิวดอยสุเทพได้จากตัวโรงแรม ที่นี่มีความโดดเด่นในเรื่องของการตกแต่งที่พักสไตล์ล้านนาตัวโรงแรมสร้างจากไม้สักมีลักษณะเป็นอาคารยกพื้นสูงตามแบบชาวเหนือดั้งเดิม...

5 ที่พักเกาะกูด มีสระว่ายน้ำติดห้องนอน

 “ เกาะกูด” เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตราด ซึ่งเกาะแห่งนี้ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอยู่มาก จนได้รับสมญานามว่าเป็น “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก” นอกจากน้ำทะเลใส หาดทรายสีขาวสวยละเอียดแล้ว บนเกาะกูดยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีก ทั้งน้ำตกคลองเจ้า น้ำตกห้วงน้ำเขียว ซึ่งซัมเมอร์นี้เราแนะนำว่าลองมาเยือนเกาะกูดกันสักครั้งรับรองว่าจะติดใจ และเราเองก็มี 5 ที่พักเกาะกูด พร้อมสระว่ายติดห้องนอนมาแนะนำกันด้วย ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ สามารถกดจองได้ในราคาฟินๆ กับ Traveloka งั้นไปชมกันเลยว่ามีที่ไหนกันบ้าง 1. โซนีว่า คีรี (Soveni Kiri) ขอบคุณภาพจาก soneva.com/soneva-kiri “โซนีว่า คีรี” รีสอร์ทเกาะกูดสุดหรูระดับ 5 ดาวที่มาพร้อมกับประสบการณ์การนั่งเครื่องบินส่วนตัวมาที่รีสอร์ท บรรยากาศโดยรอบของที่นี่เต็มไปด้วยต้นไม้ มองเห็นวิวทะเลและภูเขา วิลล่าถูกออกแบบด้วยการเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติมาเป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะมีให้เลือกหลายแบบตั้งแต่ 1 ห้องนอนไปจนถึง 6 ห้องนอนต่อหลัง บรรยากาศภายในรีสอร์ทมีความเป็นส่วนตัวมาก พื้นที่ห้องกว้างขวาง เมื่อได้มาที่นี่จะพบกับประสบการณ์สุดประทับใจอย่าง...

โหงวมั้ย?กับตำนานไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์กลางทุ่งรังสิต

 “โหงวมั้ย?” น่าจะเป็นประโยคที่นักศึกษามหาวิทยาลัยย่านรังสิตเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง แต่ถ้าคนทั่วๆไปคงงงว่า   โหงวคืออะไร? เป็นคำนาม กริยา สรรพนาม หรืออะไรกันแน่? โหงว คือชื่อร้านอาหารสไตล์ข้าวต้มมื้อดึก ตั้งอยู่กลางตลาดรังสิต ตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ค (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Zpellละ) ถ้าจะบอกว่าร้านนี้คือตำนานความอร่อยที่เด็กๆซึ่งเรียนอยู่ในย่านนี้ อันได้แก่ ม.ธรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ และม.รังสิต รวมถึงคนทั่วไป ต่างแวะเวียนกันมากินเสมอ โดยอาหารจานตำนานที่ทุกคนมาแล้วต้องสั่งกันก็คือ “ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์” นั่นเอง ขอเล่าย้อนความหลังซักนิดนึง ผมมาร้านนี้ครั้งแรกสมัยเรียนอยู่ปี 2 ธรรมศาสตร์(เมื่อนานมาแล้ว) เมื่อเพื่อนๆชักชวนมากินข้าวต้มมื้อดึก ซึ่งตัวผมเองไม่ค่อยชอบร้านแนวนี้ซักเท่าไหร่ ก็เลยปฏิเสธไป แต่เพื่อนที่น่ารักทั้งหลายก็คะยั้นคะยอให้ลองไปชิมดู ก็เลยติดสอยห้อยตามมาด้วย เมื่อแรกมาฟีลลิ่งก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ดูเป็นร้านข้าวต้มธรรมด๊า ธรรมดาแบบภูธรทั่วไป ที่หาได้ดาดดื่นทั่วประเทศ แต่ที่น่าแปลกใจคือหาโต๊ะลำบากมาก ทั้งๆที่โต๊ะเยอะ ต้องรอคิวกันพักใหญ่กว่าจะได้โต๊ะ ผมมาด้วยอารมณ์ “มึงสั่งไรก็สั่งไปเลย ค่อยแย่งแดก” ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เมนูในวันนั้นผมจำไม่ได้แน่ชัดแล้ว แต่ที่แน่ๆคือ “ไก่ผัดเม็ดมะม่วง” นี่จำได้ชัดมาก...

สายการบินไทยสมายล์ เชิญชวนทุกท่านเที่ยวทั่วไทยกับบัตรโดยสารราคาพิเศษ Smile Price

สายการบินไทยสมายล์ เชิญชวนทุกท่านเที่ยวทั่วไทยกับบัตรโดยสารราคาพิเศษ Smile Price เส้นทางในประเทศราคาเริ่มต้นเพียง 1,080 บาท ต่อท่านต่อเที่ยว รวมทุกอย่างแล้ว มาพร้อมบริการแบบฟูลเซอร์วิสให้คุณยิ้มได้กว้างขึ้น สำรองบัตรโดยสารได้แล้ววันนี้-13 มีนาคม เดินทางได้ตั้งแต่ 8 มีนา คม-30 มิถุนายน สำรองบัตรโดยสารได้ที่ www.thaismileair.com ตัวแทนจำหน่าย บัตรโดยสารสายการบินไทยสมายล์ และเคาน์เตอร์เซอร์วิสใกล้บ้านคุณ อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2614633

แจก “ดาวมิชลิน” ยกชั้นร้านอาหารไทย

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เสนอขอรับการสนับสนุนการดำเนินโครงการเดอะ มิชลิน ไกด์ ไทยแลนด์ ในปี 2560-2564 เป็นเวลา 5 ปี งบประมาณวงเงิน 4,100,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 143 ล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์) ซึ่งโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ททท.กับบริษัท มิชลิน ทราเวล พาร์ทเนอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตคู่มือแนะนำร้านอาหารที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่จะเข้ามาสำรวจร้านอาหารของไทย และผลิตคู่มือแนะนำร้านอาหารไทยในประเทศไทยที่ผ่านการคัดสรรตามมาตรฐานของมิชลิน โดยจะจัดทำเป็นคู่มือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งการที่มีเกณฑ์มาตรฐานในระดับสากลจะดึงดูดให้เชฟนานาชาติเข้ามาทำงานในไทย และช่วยให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว   ทั้งนี้ ครม.ให้ ททท.รับความเห็นของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ไปดำเนินการด้วย...

ร้านอาหารญี่ปุ่นโอโตยะ จัดแคมเปญต้อนรับเทศกาล “Steak Matsuri” ฉลองเมนูใหม่สุดพิเศษเพื่อสุขภาพ

ร้านอาหารญี่ปุ่นโอโตยะ จัดแคมเปญต้อนรับเทศกาล "Steak Matsuri" ฉลองเมนูใหม่สุดพิเศษเพื่อสุขภาพ กับสุดยอดเมนูสเต๊ก คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีนำมาปรุงถึงรสถึงชาติในสไตล์ต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ อย่าง สเต๊กปลาเมกะจิกิ, สเต๊กหมู pork shop พร้อมเมนูทานเล่นอย่าง สลัดหมูชาบู ชาบู และรากบัวสอดไส้กุ้ง ส่วนเมนูของหวานจะเป็น เครปมูสชาเขียว, มูสชาเขียว และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย มาลิ้มลองความอร่อยได้ตั้งแต่วันนี้-15 มีนาคม และพบกับกิจกรรมสุดพิเศษ "สุข สปีด อิ่ม ฟินๆ" กับโอโตยะ ที่จะเสิร์ฟอาหารให้ภายในเวลา 15 นาที ถ้าหากทำไม่ทันตามเวลาที่กำหนด รับไปเลยคูปองฟรี Appetizer สูงสุด 2 ใบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2663-3888 หรือ www.ootoya.co.th

ชวนชิลล์กับคาเฟ่ตีม”แฮรี่ พ็อตเตอร์”แห่งแรกของสิงคโปร์

ถ้าใครเคยไปเที่ยวยูนิเวอแซล สตูดิโอไม่ว่าจะเป็นที่ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกาคงไม่ตื่นเต้นกับคาเฟ่แห่งนี้เท่าไหร่นัก แต่บังเอิญว่าที่ยูนิเวอแซล สตูดิโอ สิงคโปร์ดันไม่มีสวนสนุกแฮรี่ พ็อตเตอร์น่ะสิ ทำให้ผู้คนตื่นเต้นกับคาเฟ่นี้เอามากๆ ชื่อคาเฟ่แห่งนี้คือ “Platform 1094” ซึ่งมาจากเลขที่บ้านตรงนั้นนั่นเอง แม้ชื่อจะดูไม่ค่อยเกี่ยวกับแฮรี่ พ็อเตอร์ซักเท่าไหร่ แต่การประดับตกแต่งร้านนั้นมาแนวโลกเวทมนตร์เลยทีเดียว ผมเดินทางมาถึงร้านนี้ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ และก็ไม่แปลกใจมากที่มีผู้คนมารอคิวจนล้นออกไปที่ถนน เนื่องจากภายในตัวร้านเล็กเอามากๆ มีโต๊ะในร้านไม่เกิน 10 ตัวจากการกะด้วยสายตา และหนึ่งเคาเตอร์ขนมที่โดดเด่นและน่ากินตั้งอยู่ภายใน ส่วนภายนอกร้านมีโต๊ะอยู่อีกประมาณ 3-4ตัว  กวาดตาไปรอบๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านนี้จะเป็นกลุ่มสาวๆ และครอบครัวที่พาลูกๆมานั่งหาอาหารรับประทานกัน แต่ก็มีกรุ๊ปของหนุ่มๆเข้ามาเช่นเดียวกัน แม้ปริมาณจะน้อยกว่าก็ตาม ดังนั้นไม่ต้องกังวลครับ เพราะเข้าได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ   พูดถึงเรื่องรูปแบบร้านแล้ว ก็คงต้องพูดถึงความสนุกของร้านนี้ เนื่องจากคุณสามารถเลือกพร็อพแปลงกายเป็นพ่อมดแม่มดที่คุณสนใจได้ด้วยตัวเอง โดยจะมีชั้นวางของที่วางหมวกพ่อมด ไม้กายสิทธิ์ แว่นตากลม รวมทั้งเสื้อคลุมก็มีเช่นเดียวกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แน่นอนว่าเกือบทุกโต๊ะเดินมาหยิบไปถ่ายรูปเล่นกันอย่างสนุกสนานครับ และในเมื่อเป็นคาเฟ่ก็ต้องพูดถึงของกิน และอาหาร โดยอาหารและของหวานมีให้เลือกหลายเมนู มีราคาเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ราวๆ10เหรียญสิงคโปร์(250บาท)ขึ้นไป ซึ่งไฮไลท์ของร้านนี้ไม่ได้อยู่ที่อาหาร   แต่อยู่ที่เครื่องดื่มเวทมนตร์ ที่ติดประกายไฟ ราวกับการร่ายเวทมนตร์ “Mr Lich's Flaming...

พบกับทีมควิดดิชในโลกของความเป็นจริงที่มาเลเซีย

video
ถ้าจู่ๆพูดคำว่าควิดดิชขึ้นมา ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะสงสัยว่าควิดดิชคืออะไร แต่ถ้าถามเด็กรุ่นใหม่ไปจนสามสิบกว่า ผมเชื่อว่าร้อยละ 90 รู้จักกีฬาชนิดนี้แน่นอน เพราะกีฬาชนิดนี้โด่งดังมาจากภาพยนต์เรื่องแฮรี่พอตเตอร์ โดยตามท้องเรื่องนั้น ถือว่าเป็นกีฬาที่มีชื่อเสียงในโลกเวทย์มนตร์  ลักษณะของกีฬาคือการขี่ไม้กวาด เลี้ยงลูกบอลเพื่อเข้าทำคะแนนด้วยการยัดใส่ห่วงของฝ่ายตรงข้าม และมีการจับลูกโกลเด้นสนิทช์ด้วย โดยการแข่งขันจะสิ้นสุดเมื่อผู้เล่นในตำแหน่ง “ซีกเกอร์” สามารถจับลูกโกลเด้นสนิทช์ได้ เชื่อว่าแฟนๆหลายคนของแฮรี่ พอตเตอร์ก็คงมีความรู้สึกที่อยากจะลองเล่นกีฬาชนิดนี้ขึ้นมาซักครั้ง แต่เนื่องจากโลกของเราไม่มีไม้กวาดบินได้ ก็เลยดูจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเพ้อฝันสำหรับการเล่นจริงๆ แต่ แต่ แต่..... รู้หรือไม่ว่า จริงๆแล้วกีฬาควิดดิชนั้นมีเล่นกันจริงๆ และจริงจังด้วยในหลายประเทศ อาทิ อเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ เบลเยียม จนถึงขนาดมีการจัดการแข่งขันระดับชิงแชมป์โลกเลยทีเดียว อันที่จริง ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามีกีฬาชนิดนี้อยู่จริง(ด้วยความบังเอิญ) ตอนอยู่ประเทศมาเลเซีย ว่าแล้วจึงขอนัดเจอผู้เล่นควิดดิชของจริง พร้อมขอสัมภาษณ์มาด้วยเลย โดยผู้ที่นำกีฬาชนิดนี้เข้ามาในประเทศมาเลเซียนั้นมีชื่อว่า Andrew Kornnish ซึ่งปัจจุบันนั้นก็ถือว่าเป็นผู้ก่อตั้งทีม Damansara Dementors  ด้วย  แอนดรูว์เล่าว่าตัวเองรู้จักการเล่นควิดดิชระหว่างเรียนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ต่อมาเมื่อเรียนจบก็ได้นำกีฬาชนิดนี้มาแนะนำกับเพื่อนๆก่อนเริ่มทดลองเล่นตามกติกาสากล(กติกากลาง) ของผู้ที่เล่นควิดดิชในหลายๆประเทศ โดยจุดที่ทำให้ควิดดิชในมาเลเซียนั้นเป็นที่รู้จักมากขึ้นมาจากสื่อต่างๆที่มาขอสัมภาษณ์ จนกระทั่งมีคนทราบว่ามีการเล่นแบบจริงจังของควิดดิชอยู่จริง จึงมีผู้เล่นหน้าใหม่เกิดขึ้นตามมามากมาย ซึ่งเยอะถึงขนาดจัดทัวนาเมนต์ในประเทศได้เลย สำหรับตัวผมเองนั้นไม่เคยได้ยินข่าวการเล่นควิดดิชจริงจังในไทย (ซึ่งต้องขออภัยด้วยนะครับหากว่ามี ) แอนดรูว์เลยบอกว่า...

Stay connected

417FansLike
1FollowersFollow
94SubscribersSubscribe

Recent posts

Random article