ถ้าใครที่เริ่มเบื่อสถานที่ท่องเที่ยวแบบเดิมๆ หรือเอียนกับการเจอแต่นักท่องเที่ยว Journeylistขอเสนอสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เชื่อเลยว่ายังไม่มีเพื่อนของคุณคนไหนในเฟสเคยเช็คอินมาก่อน จะเป็นที่ไหนกันบ้างไปดูกันเลยยยยย

เช็คอิน1 “รูปปั้นสุนัขแห่งความโชคดี ประเทศรัสเซีย”

รูปปั้นสุนัขนำโชคใจกลางสถานีรถไฟใต้ดินมอสโก ประเทศรัสเซีย

สถานีรถไฟใต้ดินในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและอลังการเป็นอย่างมาก เนื่องจากการผสมผสานศิลปะ และสถาปัตยกรรมสไตล์โซเวียตแท้ๆลงไป

โดยจะเน้นไปที่การระลึกคุณงามความดีของผู้เสียสละ และวีรบุรุษของชาวรัสเซีย ซึ่งหวังไว้ว่าเมื่ออนุชนคนรุ่นหลังมาเห็นจะเกิดความศรัทธา และยังคงฝักใฝ่ในความเป็นสังคมนิยมอยู่ต่อมา โดยชิ้นงานแต่ละชิ้นจะถูกนำเสนอผ่านรูปปั้น รูปหล่อ และภาพแกะสลักต่างๆ ผสานกับลวดลายที่อาจจะงงใจว่า สรุปตอนนี้อยู่ที่โบสถ์หรือสถานีรถไฟใต้ดินกันแน่

ในบรรดาสถานีต่างๆซึ่งมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์นั้น มีสถานีหนึ่งที่ชาวรัสเซียนชนและผู้คนจากทั่วโลกให้ความสนใจแวะเวียนมาที่สถานีแห่งนี้ นั่นก็คือรูปปั้นสุนัข Lucky dog ซึ่งตั้งอยู่ในสถานี Ploshchad Revolutsii

สถานีPloshchad Revolutsii

 

จริงๆแล้วรูปปั้นสุนัขตัวนี้ไม่ได้ตั้งอยู่โดดๆ แต่อยู่คู่กับรูปปั้นทหาร ซึ่งเค้าว่ากันว่าสุนัขตัวนี้ก็คือK-9นั่นเอง โดยความน่าสนใจของรูปปั้นนี้คือผู้คนหลายๆคนเชื่อกันว่าถ้ามาถูจมูกของเจ้ารูปปั้นสุนัขตัวนี้แล้ว วันนั้นจะโชคดีทั้งวัน

ผู้คนถูจมูกสุนัขมากมายจนกลายเป็นสีทองเงาวับ

แม้จะไม่ปรากฎหลักฐานที่มาว่าใครเป็นคนเริ่ม แต่มีการสันนิษฐานกันว่าเริ่มมาจากนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่ระหว่างรอรถไฟใต้ดินก็มาถูจมูกรูปปั้นสุนัขตัวนี้ จากนั้นก็มีแต่เรื่องราวดีๆเกิดขึ้น จนเรื่องราวดังกล่าวถูกแพร่ขยายออกไปดั่งไฟลามทุ่ง ทำให้มีผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลแวะมาขอพรกันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะสังเกตได้ว่าทุกวันนี้ยังมีคนรัสเซียจำนวนมาก แวะหยุดถูจมูกขอพรก่อนไปทำงานอยู่ตลอดเวลา แล้วคุณล่ะ ถ้าอยากโชคดีแบบนี้บ้าง ก็ต้องรีบเดินทางไปมอสโกได้เลยทันที

สถานที่: สถานีรถไฟใต้ดิน Ploshchad Revolutsii กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

เช็คอิน2 “ชมกระบวนการทำไวน์แบบโบราณที่อาร์เมเนีย”

เด็กชายชาวอาร์เมเนียกำลังตัดผลองุ่นเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการทำไวน์

ชื่อประเทศอาร์เมเนียน่าจะไม่ค่อยคุ้นชาวไทยอย่างเราๆเท่าไหร่ แต่สำหรับชาวคริสตชนทั้งหลายน่าจะเคยได้ยินชื่อประเทศนี้อยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากประเทศอาร์เมเนียนั้นเป็นประเทศแรกในโลกที่รับเอาคริสตศาสนามาเป็นศาสนาประจำชาติ และในปัจจุบันก็ยังคงนับถือคริสต์สไตล์ดั้งเดิมอยู่อีกด้วย

โบสถ์เก่าแก่ของเมืองMeghri แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของศาสนาคริสต์ในประเทศนี้

แม้จะเป็นประเทศที่โดดเด่นในเรื่องของศาสนาและโบสถ์ แต่อันที่จริงอาร์เมเนียนั้นยังมีความน่าสนใจอยู่อีก นั่นก็คือไวน์นั่นเอง

ไวน์ของอาร์เมเนียนั้นจัดเป็นหนึ่งในไวน์คุณภาพดีของโลก ที่ชาวไทยน้อยคนนั้นจะได้สัมผัส เนื่องจากการผลิตไวน์ของประเทศนี้เน้นการบริโภคในประเทศ และส่งออกประเทศข้างเคียงเสียมากกว่า ดังนั้นไม่น่าแปลกใจถ้าระหว่างที่คุณนั่งรถอยู่ในประเทศอาร์เมเนียจะเห็นร้านขายไวน์อยู่เต็มสองข้างทาง แต่บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ใส่ไวน์นั้นจะไม่ใช่ขวดแก้วอย่างที่เราคุ้นชิน แต่กลับเป็นขวดพลาสติกจากน้ำอัดลมยี่ห้อดังอย่างเป๊ปซี่ หรือโค้กมากกว่า (มีความบ้านมากจริงๆ)

ชาวบ้านกำลังเตรียมผลไม้เป็นวัตถุดิบก่อนนำไปผลิตไวน์ที่สวนหลังบ้าน

และเมื่อมาถึงอาร์เมเนียแล้วกิจกรรมที่ควรแวะทำนั่นก็คือการไปดูกระบวนการทำไวน์ ซึ่งปกติแล้วมักจะไม่เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชม เว้นแต่ว่าคุณเป็นคนต่างชาติ และได้รับอนุญาตเข้าไปดูขั้นตอนการทำ

แอปเปิ้ลเขียวนับเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตไวน์ขาวของชาวอาร์เมเนีย
ผลองุ่นจำนวนมากถูกบดและหมักลงในอ่างอลูมิเนียม

สิ่งที่เห็นอาจทำให้คุณตกใจ เพราะกรรมวิธีผลิตไวน์ที่นี่แทบไม่ใช้เครื่องจักรในทุกๆกระบวนการ แถมมีรูปแบบการผสมผลไม้เพื่อการหมักให้ได้รสชาติที่แปลกและหลากหลายออกมาจนคุณต้องเซอไพรส์แน่นอน

สถานที่: เมือง Meghri ประเทศอาร์เมเนีย

เช็คอิน3 “นาฬิกา Bangkok ในโบสถ์Vank ประเทศอิหร่าน”

บริเวณทางเข้าโบสถ์แวงก์ เมืองอิสฟาฮาน ประเทศอิหร่าน

หลายคนอาจจดจำภาพของประเทศอิหร่านที่มีความเป็นมุสลิมอย่างเข้มข้น แต่อันที่จริงแล้ว อิหร่านยังคงเปิดให้กับคนในศาสนาอื่นอยู่ร่วมกันในประเทศ ซึ่งโบสถ์แวงก์ เมืองอิสฟาฮาน ประเทศอิหร่านนั้นเป็นหลักฐานชั้นดี ก็เพราะโบสถ์แห่งนี้เป็นของชุมชนชาวอาร์เมเนีย ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออธอดอกซ์ โดยสถาปัตยกรรมของโบสถ์แห่งนี้ได้ผสานศิลปะแบบคริสต์และอิสลามไว้ได้อย่างลงตัว รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์ที่กล่าวถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนียในประเทศตุรกีอีกด้วย

สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างอิสลามกับคริสเตียนอย่างลงตัว
จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์สวยงามจนไม่น่าเชื่อว่าอยู่ในประเทศอิสลาม
พื้นที่ภายในโบสถ์สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ทุกศาสนา

แม้ไฮไลต์หลักๆของโบสถ์แห่งนี้อาจเป็นเรื่องของจิตรกรรมและประติมากรรมที่เกี่ยวข้องกับพระเยซูภายในโบสถ์ แต่บริเวณรั้วด้านนอกของโบสถ์นั้นกลับมีเรื่องน่าสนใจกว่า ซึ่งตัวผู้เขียนค้นพบโดยบังเอิญระหว่างการสำรวจโบสถ์แห่งนี้ นั่นก็คือนาฬิกา Bangkok ซึ่งประดับเด่นเป็นสง่าอยู่ที่ประตูทางเข้าโบสถ์ แต่เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ต่างๆแล้วกลับไม่มีใครให้คำตอบถึงที่มาของนาฬิกานี้ได้ ทั้งนี้ผู้เขียนสันนิษฐานว่านาฬิกาดังกล่าวน่าจะนำเข้ามาจากห้าง S.A.B. ถนนเจริญกรุง ในกรุงเทพฯ เมื่อราว100กว่าปีที่แล้ว แต่ตามประวัติศาสตร์นั้น ห้างเอส.เอ.บีนั้นก็นำเข้านาฬิกาชื่อดังจากสวิสและเยอรมัน รวมถึงสินค้าหรูหราจากยุโรปอยู่แล้ว แต่ทำไมนาฬิกานี้ถึงมีคำว่าBangkokล่ะ?

นาฬิกาที่มีคำว่า Bangkok ปรากฎอยู่ที่โบราณสถานสำคัญของประเทศอิหร่านโดยไม่ทราบที่มา

ความน่าแปลกและปนฉงนแบบนี้ ทำให้นาฬิกาBangkok ที่จู่ๆก็ไปโผล่กลางโบราณสถานสำคัญของประเทศอิหร่านนั้น ทำให้เป็นอีกที่ที่แปลกและน่าเช็คอินไม่แพ้ที่อื่นๆเลยทีเดียวล่ะ 

สถานที่: โบสถ์ Vank Cathedral เมืองอิสฟาฮาน ประเทศอิหร่าน

 

เช็คอิน4 “โบสถ์Tsminda Sameba ประเทศจอร์เจีย”

ภาพโบสถ์Tsminda Samebaปรากฎอยู่ในหนังสือท่องเที่ยวภูมิภาคคอเคซัสจนชินตา

จอร์เจียที่ว่านี้ไม่ใช่รัฐหนึ่งของสหรัฐอเมริกา แต่เป็นประเทศหนึ่งๆที่อยู่ใจกลางเทือกเขาคอเคซัส บริเวณพรมแดนยุโรปและเอเชีย ติดกับประเทศรัสเซีย อาร์เมเนีย อาร์เซอร์ไบจาน และอิหร่าน มีจุดเด่นคือเทือกเขาหินที่สลับไปกับทุ่งหญ้าโล่งๆ จนกลายเป็นจุดเด่นของประเทศ ที่มีภูมิประเทศไม่เหมือนใคร

หนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่จอร์เจียยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต

ซึ่งใครต่อใครเมื่อเปิดเสิร์ชหาประเทศนี้ มักจะปรากฎรูปโบสถ์บนยอดเขาแห่งหนึ่ง ที่อยู่ปลายยอดหน้าผา ดูสวย ลึกลับและน่าค้นหา โดยโบสถ์แห่งนี้มีชื่อว่าTsminda Sameba หรือ Gergeti Trinity Church หรือโบสถ์ตรีเอกานุภาพเกอร์เกติ ตั้งอยู่ที่เมืองStepantsminda หรือชื่อเดิมคือเมืองKazbegi ใกล้กับพรมแดนประเทศรัสเซีย หากเดินทางจากตัวเมืองหลวงทบิลิซีมายังสถานที่แห่งนี้จะใช้เวลาราวๆ2-3ชั่วโมง โดยจะต้องนั่งรถ4WD เพื่อขึ้นไปยังบริเวณโบสถ์อีกด้วย

นักท่องเที่ยวสามารถยืนดูวิวเมืองจากบริเวณโบสถ์ได้แบบไม่น่ากลัว

โบสถ์นิกายจอร์เจียนออธอดอกซ์แห่งนี้จัดเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประเทศจอร์เจียและประเทศในกลุ่มเทือกเขาคอเคซัส ถูกสร้างขึ้นในช่วงราวศตวรรษที่14 เป็นโบสถ์ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่อดีต เนื่องจากทิวทัศน์รอบภูเขานั้นสวยงามและตระการตาอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาว

ถ้าใครสนใจจะไปขอบอกเลยว่าไม่ต้องกังวลเรื่องวีซ่า เพราะประเทศจอร์เจียให้วีซ่าฟรีสำหรับคนไทย 365วัน สิทธิพิเศษดีๆอย่างนี้ต้องรีบเก็ยกระเป๋าไปเช็คอินแล้วล่ะ

สถานที่: เมืองStepantsminda ประเทศจอร์เจีย

เช็คอิน5 “สถานีรถไฟร้างในสิงคโปร์”

สะพานรถไฟร้างที่โดดเด่นเหนือถนนBukit Timah ในประเทศสิงคโปร์

เดินทางวนไปเช็คอินตามสถานที่แปลกๆและน่าสนใจมาทั่วโลก ก็ขอกลับมาจบที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนของไทยอย่างสิงคโปร์  นั่นก็คือสถานีรถไฟร้างนั่นเอง ซึ่งหลายๆคนมักจะสงสัยว่าสถานที่แห่งนี้น่าสนใจอย่างไร

ขอตอบไว้ ณ ตรงนี้เลยครับว่าขาฮิปสเตอร์ควรแวะมาถ่ายรูปเป็นอย่างมาก เพราะสถานีรถไฟร้างที่ว่านี้เป็นหนึ่งในตำนานที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากปัจจุบัน ประเทศสิงคโปร์นั้นใช้ระบบรถไฟฟ้า100%แล้ว ดังนั้นรถไฟแบบรางปกติจึงหมดความสำคัญลง และถูกปล่อยทิ้งร้างไว้ เหลือแต่ประวัติศาสตร์ที่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ที่ประเทศสิงคโปร์

ปัจจุบันเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของชาวสิงคโปร์

โดยโครงสร้างของสะพานรางรถไฟในสถานีรถไฟแห่งนี้คล้ายกับสะพานรถไฟทั่วๆไป แต่ดันมาอยู่ใจกลางเมืองสิงคโปร์นี่สิ เลยเป็นจุดที่ทั้งชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวที่บังเอิญผ่านมาต้องแวะถ่ายรูปกัน

ป้ายสถานีที่บ่งบอกถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้

สำหรับรายละเอียดแบบเจาะลึกผมเขียนไว้แล้วในโพสต์นี้ สามารถเข้าไปอ่านได้ครับ แต่บอกได้เลยว่าถ้าแวะมาสิงคโปร์ ก็อย่าลืมแวะไปเช็คอินนะ เพราะถ้ารัฐบาลเค้ารื้อแล้วจะเสียดายไปตลอดชีวิตเลยล่ะ

สถานที่: บริเวณสถานีรถไฟฟ้า King Albert Park ประเทศสิงคโปร์

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here