เชื่อว่าหลายต่อหลายคนมีความฝันที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ และส่วนใหญ่มีจุดประสงค์หลักเพื่อเก็บเงินส่งกลับมาเลี้ยงครอบครัว หรือเก็บไว้ตั้งต้นเป็นทุนสำหรับสร้างเนื้อสร้างตัว ซึ่งทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินรายได้จากการทำงานในต่างประเทศนั้น ได้รับมากกว่าการทำงานในประเทศไทยหลายเท่าตัว

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่าหลายต่อหลายคนนั้นเก็บเงินไม่อยู่ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย จนบางครั้งไม่เหลือเก็บและมีไม่พอจ่ายเลยด้วยซ้ำ ซึ่งมักจะตามมาด้วยปัญหาที่ยุ่งยากเสมอ

อย่างที่เราทราบกันดีก็คือ ค่าครองชีพในต่างประเทศนั้นสูงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา หรือประเทศต่างๆในทวีปยุโรป โดยสิ่งสำคัญก็คือการวางแผนรายจ่ายและออมเงิน ซึ่งเราขอแนะนำเคล็ดลับสำหรับประหยัดและออมเงินระหว่างทำงานอยู่ในต่างประเทศดังนี้

จัดสรรส่วนเงินสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน (35%)

เนื่องจากคุณจะต้องใช้ชีวิตในต่างประเทศ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง รวมทั้งค่าที่พักที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งที่จำเป็นจึงเรียกได้ว่าเป็นเงินก้อนนี้ควรเป็นก้อนที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุด

เราแนะนำให้คุณแบ่งเงินเดือนของคุณที่ได้รับออกมาไว้เลยที่ 35% จากเงินก้อน โดยพยายามเฉลี่ยสัดส่วนของอาหาร ที่พัก และค่าเดินทางให้อยู่ภายใต้เงินก้อนนี้ โดยเราแนะนำว่าในส่วนของค่าอาหารนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็ให้ทำอาหารรับประทานเอง เนื่องจากส่วนใหญ่อาหารสดในต่างประเทศนั้นมีราคาที่ถูกกว่าอาหารปรุงสำเร็จ และคุณจะประหยัดได้มากขึ้นหากพยายามเช่าที่พักให้อยู่ใกล้บริเวณที่ทำงาน เพราะจะช่วยคุณประหยัดในส่วนของค่าเดินทางไปได้อีกเป็นจำนวนมาก เดี๋ยวนี้มีแอพพลิเคชั่นมากมายที่ช่วยคุณหาบ้านพักในต่างประเทศได้สบายกว่าแต่ก่อนมาก

เงินส่วนเบ็ดเตล็ด (15%)

เงินออมในส่วนนี้เราแนะนำให้คุณเก็บไว้ประมาณ15% ของเงินเดือน โดยเผื่อไว้ใช้ในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่นป่วย และต้องสำรองเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่บริษัทยังไม่ได้จ่ายทันทีตามร้องขอ หรืออาจเป็นเงินสำหรับค่าตั๋วเครื่องบินสำหรับกลับประเทศในยามจำเป็นที่ต้องกลับแบบกระทันหัน

สำหรับคนบางคนที่มีรายได้สูงระดับหนึ่ง เงินส่วนนี้อาจแบ่งย่อยไว้เป็นส่วนของภาษีสังคมประมาณ5เปอร์เซ็นต์ เช่นการรับประทานอาหารในภัตตาคารชั้นนำ หรือไว้กินดื่มกับเพื่อนร่วมงานก็ได้ ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น

โดยเงินส่วนนี้ควรกันส่วนแยกไว้จากเงินสำหรับชีวิตประจำวัน และให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะไม่นำมาใช้ เมื่อกลับไทยเงินส่วนนี้อาจเป็นเหมือนโบนัสพิเศษให้กับชีวิตตัวเองก็ได้

เงินออมส่วนหลัก หรือเงินส่งกลับบ้าน (50%)

เป้าหมายในการมาทำงานของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน บางคนมาทำงานเพื่อเก็บเงินให้กับตัวเอง แต่บางคนมาทำงานเพื่อเก็บเงินส่งกลับครอบครัวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ดังนั้นเงินในส่วนนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นเงินส่วนหลักที่คุณต้องเก็บออม ดังนั้นจึงควรแบ่งเงินประมาณครึ่งหนึ่งไว้สำหรับการเก็บออมในส่วนนี้

อย่างไรก็ตามเราแนะนำว่าการเก็บเงินออมส่วนสุดท้ายควรจัดสรรเงินสองส่วนแรกให้พอดีก่อน ไม่เช่นนั้นอาจประสบปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันในต่างประเทศได้ ทั้งนี้สัดส่วนที่ทางเราแนะนำนั้นอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมกับค่าครองชีพ และสถานการณ์ของแต่ละประเทศ

นอกจากการวางแผนออมเงินแล้ว การวางแผนลดรายจ่ายก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยในระยะแรกเราแนะนำให้คุณทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ปรากฎนั้นจะช่วยบ่งบอกให้คุณเห็นภาพชัดขึ้นว่าคุณเสียค่าใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง มากน้อยแค่ใด เมื่อคุณเห็นบัญชี คุณจะสามารถควบคุมรายรับรายจ่ายได้ดีขึ้น ด้วยการตัดทอนค่าใช้จ่ายที่แพงและไม่จำเป็นออกได้

สุดท้ายโปรดระลึกไว้เสมอว่าอย่าหลงลืมเป้าหมายของการมาทำงานต่างประเทศว่ามาเพื่ออะไร และพยายามจัดสมดุลชีวิต เพื่อที่จะได้มีร่างกายแข็งแรง สามารถทำงานได้ตลอดระยะเวลาของสัญญา และอาศัยอยู่อย่างมีความสุขในต่างประเทศ