เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่าานมา เรามีโอกาสได้ไป เสิ่นเจิ้น จูไห่ มาเก๊า และฮ่องกง เนื่องจากป๊าม๊าอยากไปมากๆ จากคนที่เฉยๆกับฮ่องกงและมาเก๊าเลยจำต้องพาไป ประจวบกับเราเพิ่งมีปัญหาและเลิกรากับแฟนเราไป แต่สาวๆไม่ควรนั่งจำปรักนั่งเศร้ากันไป ไหนๆก็นกแล้ว ก็จงอิสระบินไปไหนมาไหนก็ได้ ดังนั้นทางที่ควรทำคือ….. คือ ไปเที่ยว…. กันดีกว่า

ทีนี้เราก็เลยนั่งรีวิวไปค่ะ ฮ่องกงกับมาเก๊าสำหรับป๊าม๊าเค้า ส่วนเราขอสักนิดล่ะ ด้วยความที่ชอบเมืองจีนมากๆ ก็เคยมีแว๊บบบบไปจีนด้วยเล็กน้อย พอนั่งดูสถานที่ต่างๆแล้วเราก็พบกับ

……. การขอพรเนื้อคู่…….

 

(บางทีเราก็คิด เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง) เราจึงเริ่มทำความรู้จักกับสถานที่ต่างๆเพื่อหาว่า องค์เทพเจ้าแห่งความรักอยู่ที่ไหนกันบ้าง
1.จูไห่

ขอเริ่มต้นจากตรงนี้ เรามีวัดที่ขอมานำเสนอเลย คือ วัดผู่โถวซื่อ หรือ วัดเจ้าแม่กวนอิม

หากพูดถึงเจ้าแม่กวมอิม พระโพธิสัตว์ผู้เมตตาแล้ว นั่นคือ ขอพรเรื่องอะไรก็ได้ค่ะ หากใครอยากขอเรื่องความรักก็ลองดูได้ค่ะ (เนื่องจากเขาห้ามถ่ายรูปตรงองค์พระโพธิสัตว์ค่ะ จึงไม่มีรูปมานำให้ดู)

ถ้าหากพูดถึงจูไห่แล้ว คำว่าจูไห่แปลว่าไข่มุกจากท้องทะเล สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเลยก็คือ รูปปั้นสาวงามหนี่หวี จากตำนานคือนางสาวหนี่หวีเป็นธิดาของเจ้ามังกร แล้วก็หนีขึ้นมาบนโลกมนุษย์และได้จำแลงเป็นหญิงสาวหน้าตางดงาม หญิงสาวก็สอนวิธีการเลี้ยงหอยมุกให้กับชาวเมือง และแล้วสาวงามก็ได้พบรักกับมนุษย์ผู้ชายคนนึง

แต่ด้วยความโง่เขลาของชายผู้นั้นได้ไปปลดกำไลทั้งแปดของหญิงสาวซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงอายุขัยของหญิงสาว ทำให้หญิงสาวผู้นั้นถึงแต่ความตาย ชายหนุ่มรู้สึกผิดต่อหญิงสาวและต้องการทำให้หญิงสาวฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จึงได้มีการสร้างรูปปั้นขึ้นมา ดังนั้นรูปปั้นสาวงามจึงเป็นอนุสรณ์แห่งความรักได้เป็นอย่างดี

 

2.มาเก๊า

สถานที่แรกที่แนะนำคือ Kun Iam Statue หรือ เจ้าแม่กวนอิมกลางทะเล สถานที่แห่งนี้มีความแปลกคือ คนมาเก๊าหรือคนจีนเชื่อให้เรื่องความมงคงหรือความโชคดีของเลข 8 ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยรูปแกะสลักเลข 8 จำนวนมากมาย การขอพร ให้ยืนหันหน้าไปทางองค์เจ้าแม่กวนอิมตรงตำแหน่งวงเลข 8 เหมือนกันเจ้าแม่กวนอิมสามารถขอได้ทุกๆเรื่องๆค่ะ

3. ฮ่องกง

ถ้าพูดถึงไหว้พระขอเนื้อคู่หรือไหวะพระสละโสดต้องที่นี่เลย
ที่แรก ขึ้นคือมาก คือ วัดหวังไท่ซิน หรือ วัดหวังต้าเซียน ในชื่อที่คนไทยเรียกกัน

ที่นี่จะมีเทพเจ้าแห่งความรัก หรือ เทพเจ้าแห่งจันทรา หรือชื่อจีน คือ เทพเจ้าหยุคโหลว

วิธีการขอพรคือ ที่นี่เชื่อกันว่าขออย่าวไรได้อย่างนั้นเลย เพราะงั้นสามารถบอกสเปคได้เลยค่ะ วิธีการขอพรนะ คือไปเอาด้ายแดงที่ทางวัดบริการ ทำมือตามที่ป้ายจัดแสดงไว้ให้ดู ยืนขอพรต่อเทพหยุคโหลว แล้วไหว้สามครั้ง จากนั้น หากเป็นผู้หญิง ให้เดินจากทางเจ้าสาวเดินไปทางรูปปั้นเจ้าบ่าวแล้วลูบเท้าเจ้าวบ่าวสามครั้ง โดยที่มือห้ามหลุดเลยนะ จากนั้นเอาด้ายแดงผูกไว้ฝั่งเจ้าบ่าว หากเป็นผู้ชายให้เดินสลับฝั่งกับผู้หญิงค่ะ

ตามตำนานเทพเจ้าหยุคโหลว เมื่อก่อนก็เป็นคนธรรมดานี่แหล่ะ แต่มีอยู่วันนึง ภรรยาขอเขาเสียชีวิต เขาสวดมนต์ภาวนาทุกวันขอพรจากทวยเทพให้เขาได้ไปเจอกับภรรยาของเขาบนสวรรค์ พอเขาเสียชีวิตลง เขาจึงได้ไปอยู่ที่ดวงจันทร์ทำหน้าที่จดบันทึกรายชื่อคู่รัก นอกจากเชื่อว่าขอพรเพื่อหาเนื้อคู่แล้ว ยังเชื่อกันอีกว่าเทพหยุคโหลวจะให้พรแก่คู่รักให้อยู่เย็นเป็นสุขอีกด้วย

สถานที่ถัดมาที่มีเทพหยุคโหลวคือ Repulse bay สถานที่นี้คนส่วนใหญ่จะมาขอพรเพื่อขอลูก จัดว่าค่อนข้างดังเรื่องนี้ในหมู่คนไทย ขอพรต่อเจ้าแม่กวนอิมเพื่อขอลูก แต่ที่นี่มีองค์เจ้าแม่ทับทิมและเทพหยุคโหลว ซึ่งเป็นองค์เทพแห่งความรักอยู่ตั้งสององค์แหน่ะ การขอพระองค์เจ้าแม่ทับทิมนะ จะให้ยืนตำแหน่งตรงกลางระหว่างเจ้าแม่กวนอิมกับเจ้าแม่ทับทิมแล้วก็ขอพรในวงกลมนั้น

ส่วนขอพรจากเทพหยุคโหลวของที่นี่ต่างจากที่วัดหวังไท่ซิน คือ สำหรับคนทีคู่หรือมากันเป็นครอบครัว จะให้ถ่ายรูปตรงหน้าเทพหยุโหลว เชื่อว่าจะอยู่เย็นเป็นสุข

องค์หยุคโหลวนี้จะมีก้อนหินอยู่ข้างๆค่ะ เป็นการขอพรจากองค์เทพ หากมาเป็นคู่และมั่นใจแล้วว่าจะอยู่กับคนนี้ไปตลอด ให้ไปลูบก้อนหินสองมือค่ะ แต่หากโสด หรือว่า นก อยู่ ให้เอามือข้างไหนก็ได้แต่แค่มือเดียวลูบจากบนลงล่างสามครั้งค่ะ

แต่อย่างไรก็ดี หวังว่าเพื่อนๆที่นกอยู่จะมีความมั่นใจในตัวเอง ไม่ต้องกลัวไม่ต้องเฟลกับความผิดหวังอะไร อยู่แบบสวยๆ เริ่ดๆ เชื่อว่าสักวันก็จะได้เจอคนที่เป็นคู่ที่อยู่ในสมุดรายชื่อคู่รักของหยุคโหลวสักทีนะคะ