เรื่องราวในตอนนี้คือปฐมบทของทุกๆเรื่องจะกล่าว เรื่องราวของการหนีพ่อแม่เที่ยว เรื่องราวของการแบกเป้สะพายกล้องตะลุยโลกกว้าง
เรื่องราวมีอยู่ว่า เมื่อก่อน ย้ำเลยนะว่าเมื่อก่อน เป็นลูกสาวคนเดียวเกิดมาในตระกูลคนจีนหัวโบราณ (จะมาใครเอาไปให้พ่อแม่อ่านป่าวเนี่ย) จะไปไหนมาไหนต้องขออนุญาตไปเสียทุกครั้ง อยากจะไปไหนมักจะไม่ได้ไป ไม่ค่อยได้อิสระเท่าไหร่ แต่พอเรียนจบ มีงานทำ มีรายได้ นี่ผงาดเยี่ยงนกอินทรีย์ทีเดียว ทำไงล่ะ หนีเที่ยวค่ะ!!!! นี่คือปฐมบทของการหนีเที่ยวและออกนอกประเทศครั้งแรกของเราเลยทีเดียวนะ (ฟังดูยิ่งใหญ่มาก)
มีคำถามว่า ทำไมถึงเลือกสเปน คำตอบง่ายแสนง่ายเลย คือเราเป็นคนที่ชอบศิลปะสไตล์โกธิคอยู่แล้ว แล้วหากจำได้สมัยเรียนมัธยม วิชาสังคมศึกษา อาณานิคมนี้นี่แหล่ะ รวมเยอรมันด้วยที่ทำให้เกิดศิลปะในยุคโกธิคขึ้น และหากศึกษาประวัติศาสตร์ลงลึกแล้วอาณาจักรสเปนได้มีการยึดพื้นที่ของแขกมัวร์ ทำให้ศิลปะของเมืองนี้มีการผสมผสานระหว่างคริสต์และอิสลามได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว และอีกคำตอบนึงซึ่งเป็นคำตอบที่ดูเข้าใจง่ายมากกว่าคือ เราได้รู้จักเพื่อนคนนึงซึ่งเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนประจำประเทศสเปน แหม ก็ง่ายสิ สำหรับคนที่หนีเที่ยวครั้งแรก และไม่เคยได้ออกนอกประเทศเลย อย่างน้อยคือคิดแหล่ะว่าต้องมีคนรู้จักอยู่บ้าง
เริ่มต้นแพลนหนีเที่ยวได้เกิดขึ้นตอนเดือนตุลาคม รีบเก็บเงินหาค่าเครื่องบิน ตอนนั้นไม่ค่อยได้คิดอะไรเท่าไหร่ ก็นั่งไฟลท์ตรงไปเลย เป็นของการบินไทย ราคาไป-กลับอยู่ที่ 41,xxxx บาท จากนั้นก็ไม่ทำรัยเลย (ฮา) ช่างเป็นคนที่ใจเย็นซะเหลือเกิน เดือนพฤศจิกายนก็ไปขอวีซ่า วีซ่าเชงเก้น ถ้าจะเข้าสเปน ขอไม่ยากหรอก ออกจะโปรโมทการท่องเที่ยวขนาดนั้น ขนาดเราไปแบบคนเดียวเลยยังวีซ่าผ่านเลยนะ
จากนั้นเราบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปสเปนกันเถอะ
นั่งเครื่องตรงใช้เวลาประมาณ 14 ชม. นั่งแบบชั้นประหยัดไป สำหรับเราทรมานไหม ตอบเลยว่าไม่ หลับตลอด 14 ชม. แอร์คิดว่าเราตายด้วยซ้ำ (ฮา) ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น เรียกให้กินก็ไม่กิน แหม คนทำงานมาหนักนี่นากว่าจะหาเงินมาเที่ยวได้

พอลงเครื่องแล้ว รู้สึกดี ไม่มี jetlag เลย โชคดีที่หลับง่ายและหลับเหมือนตาย พอลงเครื่องปุ๊บก็มีเพื่อนเรามารับเลย แล้วก็เอากระเป๋าเก็บไว้ที่หอเลย สบายๆ พอไปถึงหอพักของเพื่อนก็ได้เจอรูมเมทอีกคนเลยจ้า สรุปทริปนี้ก็มีคนไปร่วมกันทั้งหมด 3 คน เป็นการรวมกลุ่มที่เห็นหน้าปุ๊บ เราเป็นเพื่อนกันนะ และเราไปเที่ยวด้วยกันนะตลอด 10 วันนี้ จากนั้นก็พวกเราทั้งสามคนออกมาเที่ยว

ที่แรกเลยเราไป Toledo เป็นเมืองที่เค้าตีดาบในภาพยนตร์ The Load of the ring เรานี่อยากไปดูดาบเต็มที่ แต่ช่วงที่ไปคือคริสต์มาสอีฟ ร้านรวงปิดหมดจ้าาาาาาาาา การเดินทางจากมาดริดไป Toledo ไปโดยรถไป Renfe อ่านว่า อาร์เบ้ ใช้เวลาแป๊บๆก็ถึง ทีนี้เรามาดูรอบๆเมืองกันดีกว่า
Toledo, Spain

dsc_6245-3

dsc_6334-3

dsc_6373-3
เป็นเมืองที่แนะนำไปฤดูหนาวจะดีกว่านะ เพื่อนเราบอกว่าเคยพาคนอื่นมา ทะเลาะกันแทบตายเพราะเดินแล้วเหนื่อยมาก เป็นเมืองที่ต้องเหมือนเดินเขาตลอดเวลา ถ้าอากาศเย็นๆก็เดินสบายค่ะ เราพิสูจน์มาแล้ว จากการได้ท่องเที่ยว Toledo นี่เราชอบคุกของเมืองนี้มากเลยนะ แอบสวย แต่ไม่อยากอยู่นะ เอาล่ะ จบแล้วสำหรับเมือง Toledo ดาบแห่ง the lord of the ring ที่ไม่ได้เห็น
วันที่สอง เจอผู้ใหญ่ใจดี เป็นคนไทยที่มาทำงานประจำสถานทูตของที่สเปนค่ะ ท่านได้ขับรถพาเที่ยวเมืองอีกเมืองหนึ่ง คือ Avilla และ Segovia ซึ่งน้ำตาไหลประหยัดไปได้ 1 วันเต็มๆแหน่ะ การเดินทางจากมาดริดไปเมืองดังกล่าวโดยใช้รถยนต์ใช้เวลาอยู่ประมาณ 2 ชม. ประเทศนี้รถไม่ติด น้ำมันไม่เปลือง มาเมือง Avilla ก่อน เมืองนี้ซุ้มประตูสวยมาก ให้อารมณ์แบบดิสนีย์ วันนี้อากาศดีมีหิมะโปรยปราย (หนาวค่อดๆ) เราจำได้ว่า (คือเราไปมาเมื่อ 4 ปีก่อน) สเต๊กที่ดีคือดีงามมาก เนื้อเหนี่ยวนุ่มหอมๆ ไวน์แดงไม่ต้องพูดถึง มาหัดกินแอลกอฮอล์ที่นี่นี่แหล่ะ
dsc_6501

dsc_6533

dsc_6567

dsc_6588

dsc_6594

dsc_6608
ถัดจาก Avilla แล้วก็เดินทางสู่ Sergovia ค่ะ เมืองนี้เป็นเมืองแห่งทางส่งน้ำในอดีต เปรียบได้กับเป็นคูน้ำได้เลย เอาล่ะเรามาดูประติมากรรมคูน้ำในยุคสมัยก่อนกัน
dsc_6661copy

เอาล่ะ หมดไปอีก 1 วันสำหรับสองเมืองสำคัญในประเทศสเปน หัวเมืองถัดมาที่จะกล่าวถึงคือ Zaragoza และ Barcelona สำหรับ Barcelona คาดว่าเพื่อนทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะสโมสรบาซ่าร์ เราเองเป็นเอฟซีคนนึงเลย และแน่นอนเราจะพาทุกคนไปเยี่ยมเยียนสโมสรนี้แน่นอน และที่สำคัญเราอยากบอกว่าบาร์เซโลน่า เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่สโมสรนะคะ ต้องลองติดตามเราเรื่อยๆนะ ถัดมาซาราโกซ่าซึ่งเป็นเมืองที่ติดกับบาร์เซโลน่าและเป็นเมืองที่มีโรงเรียนนักเรียนทหารบกประจำประเทศสเปนอยู่ เราไม่ได้ไปซาราโกซ่าเพียงเพราะเป็นทางผ่าน แต่มีอะไรที่เด็ดๆอยู่นะ
เราเริ่มต้นจากออกจากมาดริดไปยังซาราโกซ่าด้วยรถบัส คุณหนูอัญชิได้นั่งรถบัสที่คนแออัดแระ ใช้เวลาการเดินทางราวๆ 5 ชม. โดยซาราโกซ่าเป็นเมืองแห่งลม (เราตั้งชื่อเอง) ลมพัดแรงสุดขั้ว ด้วยอากาศที่ก็หนาวเย็นอยู่แล้ว ลมจะพัดแรงอีกเพื่อ!!!! ลมพัดแรงไม่ธรรมดา พื้นที่นี้เป็นทรายซะเยอะ เอาสิ ลมพัดมาทีนี่ตาก็บอด ทันใดนั้นล้วงกระเป๋าหยิบแว่น เห้ยย ไม่มี ทิ้งไว้ที่มาดริด กรีดร้องกระวนกระวาย แต่ก็เออ ช่างมัน เที่ยวมันทั้งแบบนี้แหล่ะ ซาราโกซ่ามีะไรดี???? เป็นคำถามที่หลายคนถามเยอะมาก พอๆกับไปสเปนทำไม ฮ่า
ตอบเลยนะ มีการสร้างปราสาทที่เอียง ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก พยายามถ่ายให้ตรงว่าทำไม perspective มันเอียงตลอดเลย(วะ) จนเพื่อนเฉลยว่า ก็เขาสร้างมันมาเอียง เราก็อ่อออออออออออออ แล้วให้ดิฉันนั่งถ่ายแก้แล้วแก้อีกทำไม อีกเรื่องคือชิงช้าค่ะ ชิงช้าที่สร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจาก London eye ประเทศอังกฤษ
dsc_5773-2

dsc_6859
dsc_6823
dsc_6825dsc_6850

หลังจากเที่ยวซาราโกซ่าอย่างสนุกสนานแล้วก็นั่งรถต่อไปบาร์เซโลน่ากันเลย เรามาถึงบาร์เซโลน่าตอนราวๆสองทุ่ม เป็นช่วงที่เมืองสวยไปอีกแบบเพราะจะเป็นถนนคนเดินหรือเรียกว่า Las Ramblas ที่เต็มไปด้วยศิลปิน มีทั้งวาดรูป เล่นดนตรี ร้องเพลง ต่อตัว ดูได้เพลินๆไปตลอดแนวถนนเลยค่ะ บวกกับช่วงที่ไปเป็นช่วงคริสต์มาสด้วยทำให้มีการประดับประดาไฟเต็มไปหมด การท่องเที่ยวในบาร์เซโลน่าจัดว่าไม่ยากเพราะจะมีให้ซื้อตั๋วรถชมรอบเมืองแล้วก็เดินต่อเอาตามจุดต่างๆ สถานที่ที่สำคัญและเด่นๆเลย
Sagada Familia เป็นปราสาทที่ส้รางโดยศิลปินชื่อดังและเป็นตำนานของอาณาจักรนี้คือ Gaudi เป็นสถานที่ที่ยังปลูกสร้างไม่เสร็จและคนในย่านนั้นหรือเรียกว่าชาวคาร์ตาลัน อ่อลืมบอกว่าคนที่นี้ห้ามบอกว่าเขาเป็นคนสเปนนะคะ เขาจะโกรธ ชาวคาร์ตาลันเชื่อว่าจะไม่มีวันสร้างเสร็จ (ห๊ะ!)
dsc_6931

ParK
dsc_7171

Casa Mila เป็นบ้านที่ถูกสร้างสรรค์โดยศิลปิน Gaudi เป็นบานที่สร้างมีความอีก ความโค้งมน ซึ่งในยุคสมัยนั้นเชื่อว่าสิ่งปลูกสร้างจะต้องมีเสาที่มีความเหลี่ยม และสิ่งปลูกสร้างต้องเป็นทรงเหลี่ยมถึงจะมีความแข็งแรง แต่ Guadi เป็นผู้ที่ฉีกกฎการออกแบบในยุคสมัยนั้น (เท่ห์อ่ะ)
dsc_6967
dsc_6992dsc_6976
dsc_7092

Barcelonata Beach เป็นส่วนติดทะเลหนึ่งเดียวของเมืองนี้

National Art Museum of Catoronia ตรงนี้จะมองเป็นภูเขาและเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของเมืองนี้ก็ว่าได้
dsc_7236
dsc_7256

หลังจากเที่ยวบาร์เซโลนากันแล้วเรากลับไปเที่ยวมาดริดกัน
เรานั่งรถไฟความเร้วสูง renfe เจ้าเดิมกลับมาด้วยระยะเวลาประมาณ 2 ชม.(มั๊ง) กลับมาถึงไปเดินเล่นตลาดในมาดริดกันซะหน่อย วันนี้เหมือนวันพักผ่อนไม่ออกไปไหน นั่งทำอาหาารกินเองอีกต่างหาก ในคืนวันนี้เราได้พบกับเพื่อนอีกคนนึงตอนมาชุมนุมที่หอ ตอนนี้กลุ่มเฉพาะกิจเพื่อทัวร์สเปนได้ครบทั้งสี่คนเรียบร้อยแล้ว
คราวนี้เราจะมาตะลุยในมาดริดกันค่ะ
เนื่องจากช่วงที่ไปเป็นช่วงคริสต์มาสไปถึงปีใหม่พอดีดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองใหญ่ๆจะมีการ
ประดับประดาไฟและคนจะเยอะมากเป็นธรรมดา จุดแรกที่จะพาไปคือ Plaza Mayor เป็นแหล่งของร้านค้าและผู้คนจำนวนมาก เรียกว่าเป็นแหล่งชุมชนก็ว่าได้ จุดนี้เรามีมาทั้งในกลางวันและกลางคืน จะมีร้านเห็ดอยู่ร้านนึงจัดว่าเป็นรสชาติที่ค่อนข้างเหมาะกับคนไทยดี ใกล้ๆกันนั้นมีร้านร้านน้ำส้มที่ผสมแอลอกฮอล์เป็นภูเขาไฟ
dsc_7364
dsc_7387
dsc_7413
dsc_7399
dsc_7417

ถัดมาคือ Real Madrid Palace (Palacio) หรือพระราชวังนั่นเอง
dsc_7490
dsc_7494
dsc_7471

Gran Via เป็นแหล่งห้างสรรพสินค้าในกรุงมาดริด
dsc_7557
dsc_7565

Cibeles Square คือ เทพีแห่งชัยชนะ
dsc_7567

La Puerta de Alcala หรือ ประตูชัยประจำเมืองมาดริด
dsc_7577

Madrid Rio หรือ สวนสารธารณะประจำเมืองมาดริด
dsc_7589

dsc_7595

dsc_7604
Puerta del Sol เป็นอนุสาวรีย์หมีเกาะต้นสตอเบอรี่ เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมาดริดเลยทีเดียว
dsc_7531

Marcado de San Miguel เมื่อคุณเห็นตึกสวยๆติดแอร์ด้วย ไม่ใช่อะไรเลน มันคือตลาดไฮโซค่ะ
dsc_7379
ร้านขนมชูโรสชือดัง ไม่มาไมได้
dsc_7528
และที่สุดท้ายซึ่งเราชอบมากที่สุดเลยคือ Temple de Debod เป็นอันจบการท่องเที่ยวในมาดริดใช้เวลาประมาณ 2 วันเป็นที่เรียบร้อย ที่สุดท้ายที่เราไปค่อนข้างจะไม่มีใครรู้จัก นั่นคือเมือง Oviedo ใช้เวลาเคาดาวน์ขึ้นปีใหม่ที่นี่ซะด้วย เมืองนี้มีอะไรน่าสนใจบ้างก็ลองติดตามดูนะคะ
dsc_7424copy
ถ้ากล่าวถึง Oveido หรือโอเบียโด คนไทยคงส่ายหัวแล้วบอกว่าไม่รู้จัก เราเองก็เช่นกัน เรียกว่าหลงทางไปคงจะถูกกว่า เนื่องจากช่วงที่ไปดั๊นไปเจอมรสุมพอดีทำให้ไปไหนไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่ ก็เยต้องนั่งrenfe ขึ้นส่วนเหนือของสเปนไปเลย เมืองนี้เป็นเมืองที่เรียกว่าก็เป็นต่างจังหวัดนั่นแหล่ะ เราไปแบบแบล็งมากๆ แต่ไปเพราะค่ารถไฟจ่ายสองแถมสอง ค่าห้องจ่ายหนึ่งแถมหนึ่งในช่วงเวลาที่เรียกว่าปีใหม่!!!!!!

โอเบียโดสิ่งที่น่าสนใจคือคนที่นี่เขาค่อนข้างสงบนะ แม้กระทั่งเค้าดาวน์ปีใหม่ยังฉลองกันในบ้าน ถือเป็นว่าคนยุโรปที่รักครอบครัวกันมากๆคล้ายๆกับสังคมไทยเลยทีเดียว ส่วนบ้านเมืองก็จัดว่าสวย แต่ก็คล้ายๆกับเมืองอื่นๆที่กล่าวมาคือ เหมาะสำหรับคนที่รักในศิลปะโกธิค ที่นี่เด็ดที่อะไรที่ทำให้เราชอบเอามากๆคงจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่รูปแบบการสร้างคล้ายยานอวกาศ (ฮา) คล้ายจริงๆนะ เดินเข้าไปนี่แอบหลงทางกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่าเรามาดูบรรยากาศของเมืองแห่งนี้กันดีกว่าค่ะ
dsc_7774

dsc_7798
dsc_7830

dsc_7847

dsc_7904

dsc_7952

dsc_7947

dsc_7983

dsc_8097

dsc_8026
สรุปจบท้ายการเที่ยวในสเปนนี้ ทุกคนอย่าลืมไปกินจามอนหรือหมูหมักสไตล์สเปนและชูโรสนะคะ