วันนี้ว่างพอดีเลยไปลองอาหารที่โรงแรมสวนดุสิตเพลสสักหน่อย ได้ยินมาเรื่องราคาถูกเพราะเป็นที่ฝึกงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต แต่รสชาติจะมาตรฐานระดับโรงแรมทั่วๆไป การเดินทางนับว่าง่ายมาก หากมาจากทางซังฮี้หรือทางอนุสาวรีย์ อยู่ติดๆกับสวนสัตว์ดุสิตเลย หากมาจากทางอนุสาวรีย์ก็จะผ่านสวนสัตว์ดุสิตและมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ใช้ระยะเวลาแค่ปรมะาณ 10-15 นาทีเท่านั้นเอง อ่อ ต้องขอออกตัวหน่อยว่ามาแบบไม่ค่อยมีแพลนรัยเท่าไหร่ เราก็เลยไม่ได้พกกล้องไปใช้แค่มือถือถ่ายเอาอย่างเดียวนะคะ ภาพอาจไม่ได้มีลูกเล่นเหมือนตอนใช้ DSLRs สักเท่าไหร่
ถ้าพูดถึงลักษณะการจัดร้านอาหาร ยอดรับในระดับมืออาชีพเลยทีเดียว เมนูก็มีมากมายหลากหลายสุดๆ วันนี้จะมานำเสนออะไรบ้าง ลองติดตามกันดูค่ะ
เริ่มต้นอย่างแรกของเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยกันก่อน นั่นคือ
1.เมี่ยงคำ
เมี่ยงคำของที่นี่จัดว่าไม่ธรรมดา ให้รสชาติที่เป็นดั้งเดิมจริงๆ แต่มีข้อต่างคือ ที่นี่ใช้ใบคะน้าสดแทนใบเมี่ยงหรือใบชะพลู ส่วนประกอบของเมี่ยงประกอบด้วย ขิงที่หั่นเป็นลูกเต๋า พริกขี้หนู ข้าวเกรียบซึ่งต่างจากดั้งเดิมที่ใช้เป็นมะพร้าว หอมแดง น้ำเมี่ยงก็เข้มข้นรสจัดจ้านดีค่ะ หากให้คะแนน หน้าตาให้ 10/10 รสชาติให้ 9.5/10 ที่หักคะแนนเพราะเราชอบมะพร้าวมากกว่าข้าวเกรียบนะ
ลำดับถัดมาขอแนะนำเมนูแปลกตาเล็กน้อยคือ ส้มตำแอ๊ปเปิ้ล ย้ำว่าคือแอ๊ปเปิ้ลจริงๆ ปกติจะเจอแต่ตำมะละกอ ตำข้าวโพด ไม่ก็ตำส้มโอ แต่ที่นี่แปลกออกไปคือ ใช้แอ๊ปเปิ้ลหั่นตามยาวออกมาคล้ายเส้นมะละกอ แอ๊ปเปิ้ลที่ใช้มีทั้งแอ๊ปเปิ้ลแดงและแอ๊ปเปิ้ลเขียว และไม่ต้องกำวลว่าแอ๊ปเปิ้ลเจอลมแล้วจะดำ รับรองว่าไม่ดำแน่นอนค่ะ

คะแนนก็หน้าตาธรรมดาไปหน่อยให้ 7/10 ความแหวกแนวให้ 7.5/10 รสชาติให้ 9/10
มาสู่เมนูหลักกันบ้าง เมนูแรกที่จะพูดถึงซึ่งเราชอบมากเป็นพิเศษคือ แหนมซี่โครงหมู รสชาติเป็นแหนมเลยล่ะ ตอนแรกคิดว่าคือจะเป็นแหนมเส้นๆแบบที่ขายตามท้องตลาดแต่เปล่าเลย แหนมซี่โครงหมูของที่นี่คือเป็นส่วนของกระดูกหมูแล้วปรุงรสชาติแบบแหนมเลย มีคู่พร้อมกับขิงและพริกขี้หนู หากพูดถึงรสชาติต้องยอมรับในความอร่อยแบบรสชาติแหนม เสียอย่างเดียวคือเนื้อเหนียวไปหน่อย สำหรับวัยรุ่นคงทานได้ แต่ผู้ใหญ่คงไม่ค่อยไหว เคี้ยวมากๆนี่จะปวดกรามเอา

ถ้าให้คะแนน หน้าตาให้ 10/10 รสชาติให้ 9/10 หักคะแนนที่เนื้อเหนียว

ทอดมันกุ้งเป็นอย่างอย่างที่ขึ้นชื่อว่า ใครๆก็ชอบ เราเลยขอลองสักหน่อยว่ารสชาติเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับร้านอื่นๆ ปรากฏว่า…………. ไม่ต่าง (ฮ่าๆ) ไม่ได้ประทับใจอะไรเท่าไหร่ หรืออาจเรียกว่างั้นๆ เหมือนกับร้านอื่นๆ เนื้องกุ้งน้อยไปหน่อย แป้งเยอะไป หน้าตาสวยเลยได้คะแนนหน้าตาไปเยอะให้สัก 8/10 ส่วนรสชาติ 6/10 ก็ไม่รู้ว่าจะให้คะแนนใจร้ายไปรึเปล่า
ถัดจากทอดมันกุ้งก็ต่อเนื่องที่ทอดมันปลากราย อันนี้ก็ไม่ต่างจากทอดมันกุ้งเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็สัมผัสความเป็นปลาจริงๆ รสชาติไม่ใช่ว่าไม่อร่อยแต่แค่ไม่โดดเด่น ดังนั้นคะแนนจึงตกมาดังนี้

คะแนนหน้าตา 6/10 คะแนนรสชาติ 7/10

เจอทอดมันปลาไปแล้วก็ต้องมาเจอ ปลาดอลลี่ในซอสมะขาม แหม!!!! ค่อยกลับมาดีให้ใจชื้นหน่อย ด้วยว่าปลาดอลลี่จะมีเนื้อนิ่มๆแต่ไม่โปร่ง รสชาติปลาออกหวานๆอยู่แล้ว ดังนั้นเมนูนี้นี่ถ้าทำให้น่าสนใจได้จัดว่าเก่งค่ะ เพราะใครๆก็คิดว่าดอลลี่ ใครทำก็อร่อย เพราะงั้นต้องอร่อยโดดเด่น ร้านนี้จัดว่าทำออกมาได้โอเคเลย ซอสมะขามก็หวานๆเปรี้ยวๆ เมนูนี้คนแก่ชอบค่ะ คะแนนเราให้ 10/10 ไปเลย

ฉู่ฉี่กุ้ง เมนูนี้ต้องโอ้โหว่าเด็ด! รสชาติจัดจ้านสไตล์พริกแกงฉู่ฉี่มาก รสเลิศสุดๆแถมกะทิที่ใช้รับรู้ได้เลยว่ากะทิที่นี่คั้นจริงๆจังเพราะทั้งข้นทั้งหอม

เมนูนี้จัดไปเลย 20/10 มองไม่ผิดหร่อก คะแนนทะลุเป้าเลย

กุ้งอบวุ้นเส้น มาเลย เมนูที่ทางร้านแนะนำ ทางเรากำลังประทับใจกับสองเมนูที่ผ่านมา เมนูนี้ก็ไม่สร้างความผิดหวังสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่จัดว่าเลิศหรูแบบสองเมนูนั้น วุ้นเส้นที่นี่หอมพริกไทยดำสุดๆจนไม่รู้จะพรรณายังไง อ่อ ของร้านนี้แปลกอีกอย่างคือมีการใส่แฮมลงไปในกุ้งอบวุ้นเส้นด้วย เมนูนี้หักคะแนนตรงการจัดจานค่ะ ไม่สวยเท่าไหร่ รสชาติถือว่าใช้ได้ ก็คะแนนสมน้ำสมเนื้อ เอาไป 8/10

เมนูถัดมานำเสนอสุดยอดแห่งอาหารเบสิคคือ ไข่เจียว (ฮ่าๆ) แต่ไข่เจียวไม่ธรรมดาค่ะ เป็นไข่เจียวมะระ จัดว่าโอเคอยู่ หน้าตาก็….. ไข่เจียวอะนะ มะระไม่ขมมากเท่าไหร่ มีน้ำจิ้มคือซอสพริกรสชาติธรรมดาๆ คะแนนสัก ุ6/10 น่าจะพอโอเค

หลังจากจบอาหารคาวเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็ต้องตบท้ายด้วยของหวาน ของหวานก็มีให้เลือกเยอะพอควร ทั้งขนมไทย เช่น บัวลอย ทับทิมกรอบ ลอดช่อง สาคูถั่วดำ เผอิญวันนี้ไม่มีลอดช่องและสาคูถั่วดำ ในส่วนของบัวลอยก็นับว่าอร่อยพอตัวด้วยแป้งบัวลอยที่เหนียวกำลังดี กะทิหอมกรุ่น มะพร้าวเนื้ออ่อนห๊อมหอม แต่ถ้าเทียบกับที่อื่นเช่นมาดามอองที่มีบัวลอยเผือก เราว่าที่มาดามอองอร่อยกว่านะ
ของหวานอื่นๆเช่น ปังเย็น และหวานเย็น เราได้ลองปังเย็นไป รสชาติก็น้ำแข็งใสนั่นแหล่ะแต่เขาราดนมข้มหวานให้เยอะมากมันก็เลยหอม แต่ที่แปลกประหลาดไปคือ ขนมปังที่ใช้เป็นขนมปังปิ้งค่ะ แอบแปลกไม่ธรรมดาพอตัว ก็นับว่ารสชาติดีในราคา 30 บาท

นอกเหนือจากนั้นก็ไอศกรีมค่ะ มีรสชาติให้เลือกไม่เยอะมาก คือ รสชา รสชาเขียว รสสตอเบอรี่ และรสวานิลา
รสชาติจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ที่พบได้ทั่วไป แต่ยอมรับในการจัดจานและราคา เพราะราคาอยู่ที่ 30-45 บาทเท่านั้นเอง การจัดเป็นแบบ scoop หรือเป็นซันเดย์ หรือจัดเป็นหน้าจาสวยๆแบบที่เรานำมาเสนอ อันนี้ขอนำเสนอเป็นไอศกรีมชาเขียวและวานิลาค่ะ

ชาเขียวของที่นี่นับว่าดีนะ หอมและไม่ขม แต่ยังไม่โดดเด่นมากพอ ส่วนวานิลาก็จากปากคำของเืพ่อนเราเองนะ คือเราไม่ชอบวานิลา เขาว่าอร่อยนะใช้ได้อยู่ เราเลยให้คะแนนไม่ค่อยถูกเท่าไหร่

เอาเป็นว่าถ้าหากสนใจจะมาลองร้านอาหารก็ติดต่อได้ที่ ที่อยู่: ซอย ราชสีมา แขวง ดุสิต เขต ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โทรศัพท์: 02 241 7571

แชร์
เรื่องราวก่อนหน้าพาชิมโคตรพ่อโคตรแม่หมูแดงที่มาเลเซีย
เรื่องราวถัดไปพบกับทีมควิดดิชในโลกของความเป็นจริงที่มาเลเซีย
ผู้หญิงตัวเล็กแบกกล้องตัวใหญ่ๆพร้อมขาตั้งกล้องไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อเรียนรู้ศิลปะและวิถีชีวิตของคนในแถบนั้น การท่องเที่ยวเป็นสไตล์ไปเมืองเก่าๆที่คนชอบถามว่าไปทำไมหรือมีอะไรน่าสนใจ เน้นเที่ยวอยู่สองรูปแบบคือหนึ่งแบกเป้สะพายกล้องออกไปคนเดียวหรือเพื่อนกลุ่มเล็กมากๆ หรืออีกแบบคือเป็นแบบคุณหนูเพราะพาพ่อแม่ไปเที่ยว