รีวิวนี้เป็นรีวิวที่ทำครั้งแรกในชีวิตค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปพม่าครั้งแรกแบบเรานะคะ (โดยเฉพาะผู้ที่ต้องพากลุ่มสว.-ผู้สูงวัยแบบเราไปด้วย)

อันที่จริงเรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่แม่ของตัวเองเคยเปรยหลายครั้งว่าอยากเห็นเจดีย์ชเวดากองสักครั้งในชีวิต ทริปนี้จึงได้เริ่มต้นขึ้นค่ะ

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนเลยว่าทริปนี้เน้นสบาย เน้นไหว้พระขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีโลดโผน เพราะเป็นทริปที่ต้องพาคนแก่ไป จึงอาจจะไม่ได้สนุกสำหรับวัยหนุ่มสาวทุกๆคน และทริปนี้ค่อยข้างเป็นทริปที่ฉุกละหุกค่ะ คือคิดแพลนก่อนที่จะไปและตัดสินใจที่จะไปล่วงหน้าแค่หนึ่งสัปดาห์ค่ะ ทำให้อาจจะมีข้อผิดพลาดเยอะหน่อยนะคะ

การท่องเที่ยวนะคะที่จัดเอาไว้คือเป็นแพลนที่ไปแค่ 2 วัน 1 คืนค่ะ  วันที่ไปคือวันที่ 1-2 ม.ค.

โดยก่อนไปคือพูดตรงๆคือ เราไม่ได้รู้จักอะไรเลยในย่างกุ้งนอกจากชเวดากองและกุ้งแม่น้ำอิระวดี

 

ก่อนอื่นก็เริ่มต้นจากการค้นหาสถานที่เที่ยวค่ะ  เราได้ทำการค้นหาสถานที่ๆเราต้องการไปจากการแผนที่เมืองค่ะ  จากนั้นก็ทำการหาระยะทางและพื้นที่เมือง แล้วประมาณระยะเวลาว่าเราจะสามารถไปถึงสถานที่ไหนได้บ้างในระยะเวลาแค่ 2 วัน (แนะนำให้ค้นหาเป็นภาษาอังกฤษค่ะ เพราะภาษาไทยจะค้นหาได้น้อย)

หลังจากดูความเป็นไปได้ ของแต่ละสถานที่ได้แล้ว ก็จองตั๋วเครื่องบินเลยค่ะ เราเลือกจองไปด้วยสายการบินแอร์เอเชีย รวมราคาทั้งหมด 3 คน ค่าใช้จ่ายคร่าวๆอยู่ที่ 18,xxxx บาท

เมื่อจองเสร็จสิ้นก็เริ่มทำแพลนจริงจังค่ะ โดยใช้แผนที่ป็นตัววางแพลนและใช้ google map ค้นหาระยะเวลาในการเดินทาง ใช้ปากกาไฮไลท์เขียนทุกสถานที่ที่จะไป พร้อมใช้ปากกาสีลากถนนที่ต้องใช้เดินทางทั้งหมด ขณะเดียวกันก็เขียนUnseenที่น่าสนใจในสมุดโน๊ตน้อยๆเขียน

ถัดมาคือการจองรถค่ะ เราใช้บริการของ NLN Travel&Tours car rental 

ซึ่งคำแนะนำและต้องศึกษาสำหรับการจองรถมีดังนี้ค่ะ

1.เคยมีปัญหากับผู้โดยสารหรือไม่
2.มีรถแบบใดบ้าง เหมาะสมกับจำนวนคนหรือไม่ ซึ่งของบริษัทนี้มีหลายระดับค่ะ มีตั้งแต่ 4-14คน
3.พูดภาษาอังกฤษได้หรือไม่ ข้อนี้สำคัญมากค่ะ เพราะเราต้องใช้บริการเขาไปทั้งสองวันให้เขามารับที่สนามบิน พาไปเที่ยวและส่งที่สนามบิน ราคาหนึ่งวันอยู่ที 35 usd ค่ะ

อาจจะดูเหมือนแพงไปหน่อย แต่การที่ไปต่างแดนแบบฉุกละหุกและไม่สามารถเข้าใจภาษาท้องถิ่นได้เลย ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการงมโข่งในเวลาที่จำกัดค่ะ อีกอย่างก็เคยเห็นข่าวนักท่องเที่ยวโดนโกงค่าแท็กซี่ครั้งนึงก็ 100 usd แล้ว ก็เลยยอมตัดสินใจจ่ายแพงสักหน่อยไปเลยดีกว่า อีกอย่างหนึ่งก็คือจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพาผู้สูงวัยเดิน ซึ่งอาจมีเสียงบ่นเมื่อยตามหลังมาก็เป็นได้
ถัดมาคือการแลกเงินค่ะ การแลกต้องแลกไปเป็นดอลล่าร์สหรัฐ โดยจะต้องดูเลขเงินด้วยค่ะ เพราะบางธนบัตรเขาไม่รับค่ะ (เรื่องมากสุดในทุกๆประเทศที่เคยได้ไปมา) ธนบัตรห้ามยับ ห้ามมีรอบขูดข่วน ห้ามพับ!!! เราแลกไปทั้งหมด 10,000 บาทค่ะ ไม่มากไม่น้อยค่ะ (อันนี้แล้วแต่แต่ละท่านเลยค่ะ)
วันท่องเที่ยวจริง flight วันที่ 1 ม.ค. เวลา 6.40น. ที่สนามบินดอนเมือง ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็ถึงเมืองย่างกุ้ง
เมื่อมาถึงสิ่งแรกที่ต้องทำคือแลกเงินจ๊าดค่ะ มาแลกที่สนามบินเลย สิ่งที่ต้องระวัง ก็คือระวังพนักงานนับผิดนะคะ ก่อนออกมาก็ควรตรวจทานเงินให้เรียบร้อย ว่าครบ ถูกต้องสมบูรณ์รึเปล่า

เราเริ่มต้นไปยังสถานที่แรกค่ะ นั่นก็คือ Chauk Htat Gyi pagoda หรือที่คนไทยเรียกว่าพระตาหวาน หวานจริงหรือไม่ติดตามได้เลยค่ะ
278

สถานที่ที่สองค่ะ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Chauk Htat Gyi pagoda เลยค่ะ ที่นั่นคือ Nga Htat Gyi Pagoda ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ค่ะ องค์พระไม่ต้องพูดถึงค่ะ ใหญ่โตมาก
3จากนั้นค่ะแวะพักผ่อนก่อนค่ะด้วยการไปที่ทะเลสาบ Kan Daw Gyi  หรือ Kan Daw Gyi Lake และเรือพระที่นั่งจำลองกันดอจีกันค่ะ มุมเมืองนี้สามารถเห็นสถานที่ที่สำคัญต่างๆได้อย่างชัดเจนค่ะ แต่ข้อเสียคือต้องเสียค่าเข้านะคะ ค่าเข้านักท่องเที่ยวอยู่ที่ 300 จ๊าดค่ะ และมีค่าเข้าของกล้องด้วยค่ะ อยู่ที่ราคา 500 จ๊าด 
dsc_1368 dsc_1372 

หลังจากที่พักผ่อนไปแล้วจะเริ่มกลับมาสูการไหว้พระขอพรต่อค่ะ ถ้าดูจากแผนที่เมืองแล้ว สถานที่ที่เราควรไปถัดไปคือชเวดากองค่ะ แต่ด้วยว่าเวลา ณ ขณะนั้นเป็นเวลาช่วงเที่ยงพอดี ถ้าถ่ายรูปจะไม่สวยค่ะ

ช่วงเวลาที่จะถ่ายชเวดาดองได้สวย แสงจะต้องเฉียงแล้วสาดเข้าเจดีย์ค่ะ หรือช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น เราจึงเลือกไปสถานที่ที่อยู่สุดแผนที่ก่อนเลยค่ะ นั่นคือ โบโบทาวน์ Botatauang Paya หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามวัดเทพทันใจค่ะ เสียงลือเสียงเล่าอ้างพูดกันว่าขออะไร ท่านก็ประทานให้สมปรารถนากันทุกคนค่ะ มีหรือที่จะไม่ไป

 

dsc_1353วิธีการสักการะ ก่อนอื่นเลยจะมีชุดมะพร้าว ส้ม และผลไม้อื่นๆอีกให้ครบสามอย่าง แต่ที่นั่นมีเตรียมให้ค่ะ นอกเหนือจากนั้นคือธนบัตรสองใบพับเป็นรูปกรวยใส่ไว้ที่พระหัตถ์ของท่านค่ะ จากนั้นขอพรเรื่องที่ปรารถนาแล้วเอาหน้าผากสัมผัสกับนิ้วของท่านค่ะ เมื่อขอพรเสร็จสมบูรณ์แล้วให้เก็บธนบัตรไว้หนึ่งใบในกระเป๋าค่ะเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากเทพทันใจแล้ว วัดแห่งนี้ก็มี unseen อื่นๆที่น่าสนใจนะคะ นั่นคือภายในเจดีย์ค่ะ ด้านในเป็นมุมสามเหลี้ยมเล็กๆซอยเป็นห้องค่ะ ผนังฉาบเป็นสีทองทั้งหมด ตระการตามากค่ะ ในมุมสามเหลี่ยมแต่ละจุดจะมีชาวพื้นเมืองมานั่งปฏิบัติสมาธิอยู่ค่ะ เมื่อเดินไปถึงจุดลึกสุดจะพบพระบรมสารีริกธาตุ (พระเกศา)ค่ะ

dsc_1391 dsc_1383

ถัดมาคือ สถานที่ 5 ที่เราจะไปค่ะ ไปไม่ยากเลยค่ะ แค่เดินข้ามถนนไป สถานที่นี้ไม่ได้โด่งดังอะไรมากสำหรับคนพื้นเมืองค่ะ แต่น่าแปลกใจที่โด่งดังในกลุ่มคนไทยค่ะ นั่นคือการกราบไหว้เทพกระซิบค่ะ คนไทยเชื่อว่าท่านจะให้ซึ่งโชคลาภและความร่ำรวยค่ะ เทพกระซิบหรืออะมาดอว์เมียะ วิธีการบูชาค่ะ คือจะบูชาด้วยมะพร้าว กล้วยนากที่ทางวัดโบตะทาวจัดไว้เป็นชุดและก็นิยมบูชาด้วยน้ำนม และข้าวตอก รวมถึงดอกไม้ ซึ่งมักจะเป็นดอกมหาหงส์ค่ะ วิธีการขอพรคือขอเรื่องที่ปรารถนาด้วยการกระซิบที่ข้างหูท่านเลยค่ะdsc_1400

dsc_1404 dsc_1405

สถานที่ถัดไป เราไปที่ใจกลางกรุงย่างกุ้งกันค่ะ ลักษณะเป็นวงเวียนค่ะ คล้ายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินี่แหล่ะค่ะ นั้นคือมีเจดีย์สุเหร่ Sule pagoda อยู่ค่ะแต่โชคร้ายไปหน่อยค่ะที่เขากำลังบูรณะปฏิสังขรณ์กันอยู่ เลยถ่ายได้แค่ข้างนอกค่ะ แต่ด้านข้างของเจดีย์จะพบสวนสาธารณะอยู่ค่ะ  dsc_1411 dsc_1412

dsc_1413dsc_1409ต่อไป เราจะไปไฮไลท์ของวันกันแล้วค่ะ เรื่องจากเวลาขณะนั้นบ่ายสามกว่าแล้ว เราจะต้องรีบไปชเวดาดองในช่วงเวลาที่สวยที่สุดค่ะ โดยชเวดากองมีทางขึ้นทั้งหมดเก้าทางค่ะ คือ จันทร์ อังคาร พุธ พุธกลางคืน พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และผู้ที่ไม่ทราบวันเกิดค่ะ แต่ถ้าไม่ซีเรียสอะไรมากขึ้นทางวันจันทร์ได้ค่ะเพราะมีลิฟท์ ค่าเข้าอยู่ที่ 8usd ค่ะ

dsc_1424 dsc_1425 dsc_1426 dsc_1427 dsc_1434 dsc_1438 dsc_1440 dsc_1451 dsc_1455 dsc_1456

หลังจากออกจากชเวดากองแล้วเราจะพบวัดมหาธาตุค่ะ แต่เผอิญไม่ได้เข้าไปเพราะคุณพ่อเริ่มบอกว่าเหนื่อยค่ะ เราจึงเดินทางไปสถานที่สุดท้ายของวันนี้กันค่ะ นั่นคือ กาบาเอ KaBa Aye Pagoda ค่ะ สถานที่แห่งนี้มีความน่าสนใจตรงที่เจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์หลังจากได้รับอิสรภาพจากระเทศอังกฤษค่ะ คำว่ากาบาเอ จึงหมายถึงโลกแห่งสันติสุขค่ะ การเดินทางจากชเวดากองไปกาบาเอค่อนข้างไกลค่ะ เพราะเป็นการขับรถอ้อมและเป็นช่วงเวลาที่รถเริ่มติดค่ะ นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจของกาบาเอยังมีอีกค่ะ คือการที่มีพระพุทธรูปองค์จริงที่ถูกครอบไว้อีกที โอ้โห ให้ความรู้สึกเหมือนอยุธยาเลยทีเดียว เอาล่ะค่ะ เรามาเยี่ยมชมกาบาเอด้วยกันค่ะ

dsc_1467 dsc_1473 dsc_1477 dsc_1478 dsc_1479

เอาล่ะค่ะ เป็นหนึ่งวันที่จบลงไปอย่างรวดเร็ว จริงๆชีวิตช่วงกลางคืนที่ย่างกุ้งเป็นอะไรที่น่าสนใจนะคะ แต่ว่ามากับพ่อแม่คงจะออกไปไหนไม่ได้แล้ว เลยขอเป็นเด็กดีสักวันนะคะ

มาถึงวันที่สองค่ะ 2 ม.ค. ค่ะ วันนี้ต้องไปถึงสนามบินให้ทัน 10.30 น.ค่ะ สถานที่ที่จะไปจึงเลือกเฉพาะที่อยู่ใกล้กับสนามบินเท่านั้นค่ะ

เริ่มต้นเหมือนเดิมค่ะ ใช้บริการรถของบริษัทเดิมเลย บอกให้เขามารับ 7.30น.เลยค่ะ สถานที่ไปวันนี้ไม่ดังหรอกค่ะแต่ด้วยว่ามีพระพุทธรูปปางต่างๆที่พบไม่ได้โดยทั่วไปค่ะ เป็นปางที่อยู่ตามพุทธประวัติที่ทรงบำเพ็ญทุกขกิริยาค่ะ ที่นั่นก็คือ Mei La Mu วัดนี้คงเปรียบเสมือนชานเมืองค่ะ เป็นวัดที่ไม่พบนักท่องเที่ยวสักคนค่ะ พบแค่คนพื้นเมืองไม่กี่คนเท่านั้นเองค่ะ ลองมาดูวัดนี้กันนะคะว่าน่าสนใจอย่างไร
dsc_1483 dsc_1486 dsc_1492 dsc_1499 dsc_1507 dsc_1513

ในที่สุดก็มาก็สถานที่สุดท้ายที่จะพาไปแล้วค่ะ (แอบดีใจ) วัดสุดท้ายค่ะ ขอบังคับพาไปเลยค่ะ เพราะชอบเป็นการส่วนตัวมากๆและอยู่ใกล้สนามบินด้วยนั่นก็คือ พระทันตธาตุหรือวัดพระเขี้ยวแก้วค่ะ เขาเล่าว่าที่นี่ได้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าไว้ค่ะ ซึ่งเป็นพระทนต์ค่ะ ไหนๆก็มาแล้วขอไปกราบไหว้หน่อยนะคะ แล้วก็ขอลาไว้นะตรงนี้ด้วยเลยนะคะ สวัสดีค่ะ 🙂dsc_1540 dsc_1534 dsc_1539 5

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here