สวัสดีค่ะทุกคน รอบนี้เราคงต้องขึ้นก่อนว่า ขอโทษทีที่หายไปยาวนานมาก เนื่องจากเราติดมหกรรมสอบและวิจัยผ่านมาหยกๆ
รอบนี้เราจะพาทุกคนไปโฮจิมินห์ซิตี ประเทศเวียดนามกัน

โฮจิมินห์มีอะไรดีหรอ ถึงได้อยากไป พูดตรงๆนะ เราก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกัน เพราะว่าบังเอิญโชคดีได้ไปประชุมที่นั่นพอดี เพราะฉะนั้นรอบนี้เราไม่ค่อยรู้เรื่องค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน เนื่องจากเราไปด้วยงบประมาณของงานวิจัยน่ะค่ะ เอาล่ะ เราจะมาแยกประเด็นของโฮจิมินห์กัน

1. ประเด็นแรกคือการเดินทางและสภาพท้องถนน
การเดินทางข้ามไปโฮจิมินห์ไม่ยากเท่าไหร่ เนื่องจากมีสายการบินลงไปถึงเมืองโฮเลย รอบนี้เราใช้บริการของการบินไทย รักคุณเท่าฟ้า ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.30 ชม. การบริการเป็นการบริการแบบฟูลเซอร์วิสมากๆ อาหารการกินมาเต็มที่มาก

พอไปถึงสนามบินแล้วก็มีแท็กซี่มารอรับนักท่องเที่ยวเลย พูดถึงแท็กซี่ เคยได้ยินมาว่าจะชอบหลอกนักท่องเที่ยว แต่รอบนี้ที่ไปมา เออ โอเคเลย ไม่โกงมิเตอร์ รอบๆแล้วนับว่าถูกกว่าของประเทศเราเสียอีก

สภาพท้องถนน เมื่อก่อนเคยคิดว่าที่นี่น่าจะแนววินเทจ คือผู้คนสัญจรกันด้วยจักรยาน แต่ไม่จริงเลยจ่ะ ที่นี่ใช้มอเตอร์ไซด์เป็นหลัก รถยนต์ไม่ได้มีเยอะมาก เนื่องจากที่นี่ราคารถยนต์แพงมากๆ ทำให้ผู้คนเลือกที่จะใช้มอเตอร์ไซด์มากกว่า

การเดินสำรวจและท่องเที่ยว อันนี้ขอเตือนเลยว่าให้มีสติอยู่ทุกขณะ ทางเดินแอบน่ากลัวเล็กน้อย เพราะว่าที่นี่ฟุตบาทมีน้อยหรือบางจุดก็ไม่มีด้วยซ้ำ เหมือนเดินบนอิฐ 3 ก้อนเลย การข้ามถนนสำคัญมากกับการท่องเที่ยวที่เมืองนี้ ถ้าเห็นช่องว่างที่พอจะข้ามได้แล้ว ห้ามหยุดเดินเด็ดขาด ไม่งั้นโดนชนแน่นอน ถ้ามีมอเตอร์ไซด์วิ่งมาเขาจะเบี่ยงหลบเราได้เอง อ่อ ที่สำคัญอย่าคิดว่าที่นี่ไฟแดงแล้วเราจะเดินได้ปลอดภัย จริงๆแล้วคือ ไม่เลย!!!! ไฟแดงมีไว้หยุดรถใหญ่เท่านั้น มอไซด์ฝ่าไฟแดงได้จ้า

2. อาหารการกิน
ตอนรอบที่เราไปเวียดนามโดนวาตภัยไปค่อนข้างรุนแรง หมูที่นู่นตายเกลื่อนมาก ทำให้ขาดแคลนเนื้อหมู แต่ก็มิได้นำพาให้เรากินไม่ได้แต่อย่างไร คนที่นี่อาจจะเคยได้ยินว่าเวียดนามเน้นผัก แต่เอาเข้าจริงเขาก็กินทุกอย่างเหมือนกันเราๆนั่นแหล่ะ ที่สำคัญอาหารทะเลอร่อยและสดมากๆ เพราะโฮจิมินห์คือเมืองท่าที่สำคัญของเวียดนามเลย



แต่ถ้าพูดถึงรสชาติของอาหารอื่นๆอะนะ เราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ บางอย่างก็เหมือนกลิ่นสมุนไพรแรง แต่ถ้าใครชอบกลิ่นใบสะระแนก็คงโอเคแหล่ะค่ะ

3.ร้านกาแฟ
เราเชื่อว่าเพื่อนๆไม่มากก็น้อยติดกาแฟแน่นอน เราเองก็หนึ่งในนั้น ดังนั้นรอบนี้เรามีเมนูมานำเสนอด้วยแหล่ะ และที่สำคัญโฮจิมินห์โด่งดังเรื่องเมล็ดกาแฟด้วย ร่ำลือกันว่ามาถึงที่นี่จะต้องลองกาแฟแหล่ะ
เมนูที่แนะนำเลยคือกาแฟใส่ไข่ อย่าเพิ่งตกใจมันใส่ไข่จริงๆ โดยเขาจะตอกไข่ไก่ลงในแก้วจากนั้นก็นำกาแฟร้อนใส่ลงตามลงไปแล้วก็ค่อยใส่น้ำตาลหรือนมลงไปตามชอบใจ บอกได้เลยว่าอร่อยมากๆ ไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย

เมนูถัดมาคือกาแฟมะพร้าว คือเขาจะใส่กะทิลงไปแทนนมข้นหวาน มีกลิ่นคล้ายๆเวลากินไอศกรีมกะทิแบบนั้นเลย หวานหอมนุ่มลิ้นมากๆ

เมนูอื่นๆ เช่นกาแฟดำที่นี่ก็โอเคนะ กลิ่นหอมมากๆ

ถ้าสังเกตดีๆ ทุกเมนูกาแฟจะเสิร์ฟพร้อมแคร็กเกอร์หอมๆหวานๆอันนึงค่ะ เพื่อคนที่ไม่ชอบรสขมจริงๆ
แต่ถ้าหากไม่ชอบกาแฟเลยจริงๆล่ะก็มีเวลาสมูตตี้ด้วยนะ แต่เราว่าของไทยอร่อยกว่า นี่มันเปรี้ยวแบบสังเคราะห์ไปนิดนึง

ต่อมาคือขนมหวานในคาเฟ่ เหยย อันนี้ดีงามมาก คือจะหวานๆแต่ก็ไม่ได้หวานจนเลี่ยน เอาเป็นว่าไปลองเถอะ

4.ที่พักหรือโรงแรม ที่พักของเมืองนี้ค่อนข้างสูสีกันในแง่ของการบริการ รอบนี้ที่เราไปพักคือ โรงแรม Windzor Plaza Hotel
โรงแรมนี้บริการดีเยี่ยม ห้องอาหารรสชาติดีกว่าภัตตาคารรอบๆเมือง ห้องพักสะอาด แอร์เย็น ห้องสวย ฟิตเนสเยี่ยม วิวสวย แถมยังมีห้างสรรพสินค้าในตัวอีกต่างหาก อ่อ แต่อย่าหวังว่าจะมีห้างสรรพสินค้าแบบสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิร์ดขนาดนั้นนะ ที่นี่ก็ประมาณประตูน้ำค่ะ เน้นขายเสื่้อผ้าเป็นหลัก แต่สำหรับเรา เราว่าโอเค เสื้อผ้าค่อนข้างสวย ดูโอเค หากเปรียบเทียบกับร้านโลคอลรอบๆเมืองนะ แต่ตัวใหญ่สำหรับเราไปหน่อย เราเลยไม่ได้ซื้อมา

6.สถานที่เที่ยว นั่นเอง
ถ้าพูดถึงโฮจิมินห์ทุกคนจะนึกถึงอะไรคะ ถ้าเป็นเรานะจะนึกถึงสงครามเวียดนาม ลุงโฮจิมินห์ เมืองท่า และขนบธรรมเนียมของฝรั่งเศสแหล่ะ
ด้วยความที่ประเทศนี้่เคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสมาก่อน และทางฝรั่งเศสเองก็ส่งมิชชันนารีมาเผยแพร่ศาสนาที่นี่ดังนั้นสถานที่แห่งนี้ก็มีตึกและอาคารที่เหมือนยุโรปไม่น้อย พูดง่ายคือ ถ้าใครอยากไปเที่ยวยยุโรปแต่ยังไม่มีเวลาได้ไป ก็แนะนำว่าไปเมืองนี้ก็ได้ค่ะ รวมไปถึงขนมปังที่รสชาติแบบขนมปังฝรั่งเศส แต่ต้องบอกก่อนว่าเราไปค่อนข้างน้อย แถมสถานที่เที่ยวก็ปิดหลายที่เหลือเกิน บวกกับมีผู้ใหญ่ไปด้วยหลายคนมาก จึงไปได้ไม่กี่ที่เท่านั้น

สถานที่แรกกันเลย ขอแนะนำคือ
saigon notre-dame basilica เป็นโบสถ์สไตล์โกธิค ด้านหน้ามีพระแม่มารีอาตั้งตระหง่านอยู่

ต่อมาเมื่อหันไปข้างๆของโบสถ์เราจะพบ ไปรษณีย์ค่ะ ข้างในของที่ระลึกเพียบ ถ้าใครสนใจก็ลองหาซื้อได้นะ

จากนั้นหากขับรถไปรอบๆเมือง ก็จะพบอาคารหนึ่งที่ใหญ่โตมาก นั่นคือ Ho Chi Minh City Hall

ด้านหน้าของอาคารที่กล่าวมาจะมีรูปปั้นลุงโฮจิมินห์อยู่ แต่ตอนที่ไปเขาปิดซ่อมแซมอยู่ เสียใจมากๆเลย

ต่อมาคือ Bitex Go Financial Tower เป็นตึกระฟ้าของเมืองโฮจิมินห์ซิตี้เลย น่าจะสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก (อันนี้เราไม่แน่ใจนะ) ฟังเขาพูดไม่ค่อยออกเท่าไหร่ ตัวตึกไม่ได้สวยจนน่าประทับใจ แต่วิวให้หลักล้านเลย แล้วอีกอย่างถ้าไหนๆจะเสียเงินแล้ว แนะนำดินเนอร์บนตึกสูงนี้ได้เลยค่ะ

โรงละครโอเปร่า ฟังแล้วว้าวมาก แต่ช่วงที่ไปไม่มีจัดแสดงจ้า

ขับรถไกลออกมาอีก เราจะเจอกับ ศาลเจ้าแม่กวนอิม Vinh Nghiem Pagoda ที่นี่ตอนไปปิดบูรณะอีกแล้ว โชคไม่ดีเอามากๆเลย ระยะห่างจากวัดกับโรงแรมที่พักห่างประมาณ 7 นาที ถ้าเดินก็ประมาณ 22 นาที วัดที่นี่จุดธูป 11 ดอก แล้วปักในกระถางเดียวกันหมด แถมดอกไม้ที่นี่สวยมากๆค่ะ สมกับที่สัญลักษณะของเวีดนามคือดอกบัวจริงๆ
อ่อ ลืมบอกไป วัดของเวียดนามก็จะคล้ายๆกับของจีน คือจะเป็นนิกายมหายาน แต่ลักษณะการสร้างจะมีความแตกต่างกับของจีน ของจีนจะเน้นความกว้างและความยาว แต่ไม่มีความสูง ขณะที่วัดของเวียดนามจะเน้นใช้พื้นที่น้อย แล้วสร้างให้สูงแทนค่ะ

วัดอีกที่เป็นวัดที่คนจีนมาสร้าง จุดเด่นของวัดคือมีสุ่ม สุ่มจริงๆ น่าจะมีความเชื่ออะไรสักอย่าง ไปที่นู่นไม่มีใครยอมคุยกับเราสักคนเลย

สถานที่สุดท้ายและท้ายสุดคือ ตลาดเบญถัน บอกก่อน ถ้าใครคิดว่าจะเจอของแปลกๆ ขอบอกว่าไม่มีหรอก เดินไปเหมือนเดินในตลาดหลังวัดมังกรฯ เยาวราชเด๊ะๆ ราคาก็ไม่ได้ต่างกันเลย แล้วแต่คนที่ชื่นชอบกันเลยค่ะ แต่สำหรับเราเฉยสนิท

7.เราขอพูดเรื่องการต่อราคาละกัน เราบอกก่อนเขาคิดยังไงก็เหมือนกันที่คนไทยขายต่างชาตินั่นแหล่ะ โก่งราคากันสุดๆ เวลาจะซื้ออย่าทำเหมือน ฉันอยากได้มันจริงๆนะ ต้องทำเหมือนฉันไม่สนใจได้ ซื้อก็ได้ไม่ซื้อก็ได้ หักราคาลงเลย 60% ขนาดเราหักลง 60% คนขายยังยอมขายแสดงว่ามันน่าจะต้องต่อได้มากกว่านี้อีก

8. คาบเกี่ยวกับข้อ 7 คือของฝาก
อย่างที่บอกไว้ในข้อ 6 ที่บอกว่าของเหมือนในไทยนั่นแหล่ะ เราก็เลยไม่ค่อยได้ซื้อรัยกลับมาเท่าไหร่ แต่มีของที่เราภูมิใจนำเสนอนะ นั่นคือ

ที่คั่นหนังสือ เหยมันน่ารักนะ ราคาตกแค่ 10 นิดๆเอง ซื้อๆไปเถอะ

เสื่อรองจาน มาเวียดนามต้องงานถักสานค่ะ มันเหนียวแน่น ดูดีมากๆ ซื้อมาด้วยราคา 100 บาทถ้วน ภายในมี 5 ผืน นับว่าถูกใช่ไหมล่ะ

ที่อยากนำเสนอสุดๆไปเลยนะ คือช็อกโกแลตค่ะ คือเราซื้อมาเยอะมากอ่ะ แล้วอร่อยทุกอัน ยิ่งถ้าซื้อซิกเนเจอร์ช็อกโกแลตสอดไส้เม็ดบัวนะ มันคือที่สุด แต่อันนี้เราถ่ายไม่ทัน พี่ชายเราแกะกินอย่างรวดเร็วมาก ช็อกโกแลตนมหรืออะไรก็อร่อยเว่อร์ ในราคา50-280 บาท

9. เรื่องอากาศ ที่นี่ในแต่ละ ฤดู จะไม่แตกต่างกับไทย แต่อากาศเย็นกว่าไทยเยอะเลยนะ อากาศค่อนข้างดี แต่แนะนำอย่าไปฤดูฝน เพราะถ้าไทยตกหนักแค่ไหน ให้พึงระลึกไว้เสมอ ว่าเวียดนามนี่ต้นทางของพายุเลย เวียดนามตกหนักกว่าเราแน่นอน

เอาล่ะ ถ้าหากว่าว่างๆก็ลองเที่ยวโฮจิมินห์ดูได้นะคะ หากชอบเที่ยวสไตล์สบายๆลุคคุณหนู ก็ตามอ่านต่อหรืออ่านย้อนหลังได้นะคะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here